ความรู้การเลี้ยง
เห็บหมา อันตรายกว่าที่คิด โรคไข้เห็บ วิธีดึงเห็บที่ถูกต้อง และกำจัดเห็บในบ้านให้หมด
เห็บหมาที่พบบ่อยในไทยคือเห็บสุนัขสีน้ำตาลที่อยู่ในบ้านได้ทั้งวงจร สรุปโรคไข้เห็บ อาการที่ต้องรีบไปหาหมอ วิธีดึงเห็บที่ถูกต้อง การกำจัดเห็บในบ้านและสนาม และข้อควรระวังสำหรับบ้านที่มีแมว
เห็บหมาเป็นปัญหาที่คนเลี้ยงหมาในไทยแทบทุกบ้านต้องเคยเจอ อากาศร้อนชื้นทั้งปีทำให้เห็บแพร่พันธุ์ได้ตลอด และเห็บชนิดที่พบบ่อยที่สุดในบ้านเราคือ เห็บสุนัขสีน้ำตาล ซึ่งต่างจากเห็บทั่วไปตรงที่ใช้ชีวิตครบวงจรอยู่ในบ้านได้ ปัญหาไม่ได้อยู่แค่ความคันหรือความรำคาญ แต่เห็บเป็นพาหะของโรคที่คนไทยเรียกรวม ๆ ว่า “ไข้เห็บ” ซึ่งทำให้หมาโลหิตจาง เลือดออกง่าย และอาจรุนแรงถึงชีวิต บทความนี้สรุปว่าเห็บหมาในไทยคืออะไร โรคที่มากับเห็บ อาการที่ต้องพาไปหาหมอ วิธีดึงเห็บออกอย่างถูกต้อง การกำจัดเห็บในบ้านและสนาม และทางเลือกในการป้องกัน
อัปเดต 15 ตุลาคม 2026 · เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัย ถ้าสุนัขมีอาการผิดปกติให้ปรึกษาสัตวแพทย์
สรุปสั้น
- ไปหาหมอทันทีหมาซึม ไม่กิน มีไข้ เหงือกซีด เลือดกำเดาไหล มีจ้ำเลือดตามผิวหนัง หรือปัสสาวะสีเข้มคล้ายน้ำชา
- เจอเห็บบนตัวดึงออกให้เร็วด้วยแหนบปลายแหลมหรือที่ดึงเห็บ ตามขั้นตอนด้านล่าง แล้วสังเกตอาการต่ออีกหลายสัปดาห์
- เจอเห็บในบ้านต้องจัดการทั้งตัวหมา บ้าน และสนามไปพร้อมกัน และทำต่อเนื่องหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน
เห็บหมาในไทยคือเห็บชนิดไหน
เห็บที่พบบนหมาในไทยมากที่สุดคือ เห็บสุนัขสีน้ำตาล (Rhipicephalus sanguineus) งานวิจัยที่ตรวจหมาจรในวัดเขตกรุงเทพฯ ตีพิมพ์ในวารสาร Pathogens ปี 2021 ระบุว่าเป็นชนิดที่พบบนหมาในไทยบ่อยที่สุด ตัวเห็บมีสีน้ำตาลแดง ตัวเต็มวัยที่ยังไม่ดูดเลือดมีขนาดราวเมล็ดงา และเมื่อดูดเลือดเต็มที่ ตัวเมียจะพองเป็นเม็ดกลมสีเทาอมฟ้าขนาดราวเมล็ดถั่ว
จุดที่ทำให้เห็บชนิดนี้กำจัดยากคือ มันใช้ชีวิตครบวงจรอยู่ในบ้านได้ เห็บผ่านระยะตัวอ่อน ตัวกลางวัย และตัวเต็มวัย โดยแต่ละระยะขึ้นมาดูดเลือดบนหมาแล้วหล่นลงไปลอกคราบตามซอกมุม ข้อมูลจาก University of Rhode Island TickEncounter อธิบายว่าการระบาดในบ้านมักเริ่มจากเห็บแค่หนึ่งหรือสองตัวที่ติดตัวหมามา เช่น หลังกลับจากฝากเลี้ยง ช่วงแรกแทบมองไม่เห็น แต่ภายในราว 1–3 เดือน จำนวนอาจเพิ่มจนเห็นเห็บหลายขนาดไต่ตามผนังและผ้าม่าน
เห็บชนิดนี้ชอบที่อุ่นและแห้ง ซ่อนตามที่นอนหมา พรม ร่องพื้น ขอบบัวผนัง เฟอร์นิเจอร์ ผ้าม่าน และกรงหรือคอกหมา การเจอเห็บตัวเล็กเป็นจำนวนมากบนผนังจึงเป็นสัญญาณว่าเห็บแพร่พันธุ์ในบ้านแล้ว ไม่ใช่แค่ติดมาจากข้างนอก
โรคที่มากับเห็บ หรือไข้เห็บ
คำว่า “ไข้เห็บ” ที่คนไทยใช้ คือกลุ่มโรคติดเชื้อในเลือดที่ส่งผ่านเห็บ ไม่ใช่โรคเดียว งานวิจัยในหมาจรกรุงเทพฯ ข้างต้นพบว่า ราว 76% ของหมาที่ตรวจ ติดเชื้ออย่างน้อยหนึ่งชนิด และราว 36% ติดเชื้อมากกว่าหนึ่งชนิดพร้อมกัน หมาที่มีเห็บมีโอกาสติดเชื้อสูงกว่าหมาที่ไม่มีเห็บราว 2.8 เท่า ตัวเลขนี้มาจากหมาจรซึ่งเสี่ยงสูงกว่าหมาเลี้ยงในบ้าน แต่ก็สะท้อนว่าเชื้อเหล่านี้มีอยู่จริงในสิ่งแวดล้อมของเรา
| เชื้อ | พบในหมาจรกรุงเทพฯ | ผลต่อร่างกาย | อาการที่อาจเห็น |
|---|---|---|---|
| Ehrlichia canis (เออร์ลิเคีย) | 38.3% | ติดเชื้อในเม็ดเลือดขาว ทำให้เกล็ดเลือดต่ำ ระยะเรื้อรังอาจกดไขกระดูก | ไข้ ซึม เบื่ออาหาร น้ำหนักลด เลือดกำเดา จ้ำเลือด ตาผิดปกติ |
| Babesia vogeli (บาบีเซีย) | 18.1% | ปรสิตเซลล์เดียวเข้าไปทำลายเม็ดเลือดแดง | เหงือกซีด อ่อนแรง ไข้ ปัสสาวะสีเข้ม บางตัวตัวเหลือง |
| Anaplasma platys (อะนาพลาสมา) | 13.9% | ติดเชื้อในเกล็ดเลือด ทำให้เกล็ดเลือดต่ำเป็นพัก ๆ | มักไม่ค่อยแสดงอาการเด่น แต่ซ้ำเติมเมื่อติดร่วมกับเชื้ออื่น |
| Hepatozoon canis | 19.7% | หมาติดจากการกินเห็บเข้าไป ไม่ใช่จากการกัด | มีตั้งแต่ไม่มีอาการจนถึงไข้ ผอม ปวดกล้ามเนื้อ |
ข้อมูลจาก VCA Animal Hospitals ระบุว่าโรคเออร์ลิเคียแบ่งได้ 3 ระยะ ระยะเฉียบพลันมักเป็นราว 2–4 สัปดาห์ จากนั้นหมาบางตัวเข้าสู่ระยะแฝงที่ดูปกติแต่เชื้อยังอยู่ และบางตัวเข้าสู่ระยะเรื้อรังที่โลหิตจาง เลือดออกง่าย และไขกระดูกทำงานผิดปกติ ถ้าตรวจพบและรักษาตั้งแต่ระยะแรก ผลมักดี ส่วนระยะเรื้อรังพยากรณ์โรคไม่แน่นอน
สำหรับบาบีเซีย VCA ระบุว่านอกจากเห็บแล้ว ยังติดต่อได้จากการกัดกันระหว่างหมา จากแม่สู่ลูกในท้อง และจากการรับเลือด และ ยังไม่มีวัคซีนที่ได้ผล การป้องกันเห็บจึงเป็นวิธีหลัก
ทำไมต้องดึงเห็บให้เร็ว
แนวทางของ CAPC (Companion Animal Parasite Council) ระบุว่าเชื้อ Ehrlichia ส่งผ่านได้ภายในเพียง 3–6 ชั่วโมงหลังเห็บเกาะ ซึ่งเร็วกว่าที่หลายคนคิด การตรวจตัวหมาทุกวันและเอาเห็บออกทันทีที่เจอจึงช่วยลดความเสี่ยงได้ แต่ไม่ได้กันได้ทั้งหมด การใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันเห็บต่อเนื่องจึงยังจำเป็น
อาการที่ต้องพาไปหาหมอ
หมาที่ติดเชื้อจากเห็บอาจไม่แสดงอาการทันที บางตัวมีอาการหลังโดนเห็บกัดหลายวันถึงหลายสัปดาห์ และอาการช่วงแรกมักดูคล้ายป่วยทั่วไป เจ้าของจึงควรรู้ว่าต้องสังเกตอะไร
พาไปหาสัตวแพทย์โดยเร็ว ถ้าหมามีอาการเหล่านี้
- ซึม ไม่ร่าเริง นอนมากกว่าปกติ ไม่อยากเดิน
- เบื่ออาหารหรือไม่กินอาหาร น้ำหนักลด
- มีไข้ ตัวร้อน หอบทั้งที่ไม่ได้ออกกำลัง
- เหงือกซีดขาว หรือเหลือง
- เลือดกำเดาไหล มีจุดเลือดหรือจ้ำเลือดบนผิวหนัง เหงือก หรือท้อง เลือดหยุดช้าเมื่อมีแผล
- ปัสสาวะสีเข้ม คล้ายน้ำชาหรือโคล่า
- ขาเจ็บ เดินกะเผลก ข้อบวม ขาบวม
- ตาแดง ตาขุ่น หรือมีเลือดออกในตา
- ล้มทรุด หายใจลำบาก หรือชัก ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉิน
บอกหมอทุกครั้งว่าเคยเจอเห็บบนตัวหมาหรือในบ้าน สัตวแพทย์จะตรวจเลือดเพื่อดูความสมบูรณ์ของเม็ดเลือดและเกล็ดเลือด ร่วมกับชุดตรวจหาเชื้อหรือ PCR ข้อมูลจาก VCA ระบุว่าหมาที่เพิ่งติดเชื้ออาจตรวจแอนติบอดีได้ผลลบในช่วงแรก บางครั้งหมอจึงนัดตรวจซ้ำในอีกไม่กี่สัปดาห์ การรักษาขึ้นกับชนิดเชื้อและความรุนแรง อย่าซื้อยามาให้เอง
วิธีตรวจหาเห็บบนตัวหมา
ตรวจทุกวันหลังพาออกนอกบ้าน หรืออย่างน้อยวันละครั้งถ้าบ้านเคยมีเห็บ ใช้มือลูบสวนแนวขนช้า ๆ ทั้งตัว เห็บจะรู้สึกเป็นตุ่มแข็งเล็ก ๆ จุดที่เห็บชอบเกาะคือ
- ในใบหูและรอบใบหู
- ซอกนิ้วเท้าและระหว่างแผ่นรองเท้า
- รอบคอใต้ปลอกคอ
- รักแร้ ขาหนีบ และใต้ท้อง
- รอบตา ใต้หาง และรอบก้น
สำหรับหมาขนยาวหรือขนหนา ใช้หวีซี่ถี่ช่วยแหวกขน ถ้าเจอตุ่ม อย่าเพิ่งดึงหรือบี้ ให้ดูให้แน่ใจก่อนว่าเป็นเห็บ ไม่ใช่หูด ไฝ หรือหัวนม
วิธีดึงเห็บออกอย่างปลอดภัย
ขั้นตอนนี้สรุปจากคำแนะนำของ VCA Animal Hospitals และ CDC ของสหรัฐฯ หลักสำคัญคือดึงทั้งตัวออกตรง ๆ โดยไม่บีบตัวเห็บ
- เตรียมอุปกรณ์ สวมถุงมือ ใช้แหนบปลายแหลมเล็ก หรือที่ดึงเห็บแบบตะขอที่ขายตามร้านสัตว์เลี้ยง เตรียมภาชนะปิดได้ใส่แอลกอฮอล์ไว้ใส่เห็บ
- แหวกขนให้เห็นผิวหนัง ให้อีกคนช่วยจับหมาให้นิ่ง ถ้าหมาดิ้นแรงหรือเห็บเกาะในหูลึก ๆ หรือรอบตา ให้คลินิกช่วยเอาออก
- จับให้ชิดผิวหนังที่สุด คีบที่ส่วนหัวของเห็บซึ่งฝังอยู่ติดผิว ไม่ใช่ที่ตัวกลม ๆ ที่พองเลือด
- ดึงขึ้นตรง ๆ อย่างสม่ำเสมอ ใช้แรงคงที่ ไม่บิด ไม่กระชาก VCA ระบุว่าอาจใช้เวลาหนึ่งถึงสองนาทีกว่าเห็บจะยอมหลุด ถ้าใช้ที่ดึงแบบตะขอ ให้ทำตามวิธีของอุปกรณ์นั้น
- จัดการตัวเห็บ ใส่ในแอลกอฮอล์แล้วปิดฝา หรือพันเทปให้แน่นแล้วทิ้ง อย่าบี้ด้วยนิ้วมือ ถ้าหมาป่วยในภายหลัง การเก็บเห็บไว้ในภาชนะที่เขียนวันที่อาจช่วยให้ข้อมูลกับหมอได้
- ทำความสะอาด ล้างบริเวณที่เห็บกัดและมือของคุณด้วยสบู่และน้ำ
- สังเกตต่อ จุดที่ถูกกัดอาจแดงหรือนูนเล็กน้อยได้ 1–2 วัน ถ้าบวมมาก มีหนอง หรือหมามีอาการในกล่องเตือนด้านบนภายในหลายสัปดาห์ต่อมา ให้พาไปหาหมอและบอกว่าเคยดึงเห็บออก
ถ้าปากเห็บหักค้างอยู่ในผิวและดึงออกได้ยาก CDC แนะนำว่าไม่ต้องพยายามแคะ เพราะผิวหนังมักดันออกมาเองระหว่างหายของแผล การแคะแรง ๆ อาจทำให้เกิดแผลติดเชื้อมากกว่า
วิธีที่ไม่ควรใช้
- ไม่ใช้ไฟหรือก้นบุหรี่จี้ ไม่หยดน้ำมัน วาสลีน น้ำยาทาเล็บ หรือแอลกอฮอล์ลงบนตัวเห็บที่ยังเกาะอยู่ VCA และ CDC ระบุว่าวิธีเหล่านี้อาจกระตุ้นให้เห็บปล่อยของเหลวที่มีเชื้อเข้าสู่ร่างกายมากขึ้น
- ไม่บีบหรือบี้ตัวเห็บที่ยังเกาะอยู่
- ไม่ใช้มือเปล่าดึง และไม่บี้เห็บด้วยนิ้ว
กำจัดเห็บในบ้านและสนาม
ถ้าเจอเห็บบนตัวหมาซ้ำ ๆ แม้จะดึงออกทุกวัน แปลว่าเห็บส่วนใหญ่อยู่ในบ้าน ไม่ใช่บนตัวหมา University of Rhode Island อ้างแนวทางของ Texas A&M ว่าต้องทำ 4 ส่วนไปพร้อมกัน คือ ป้องกันเห็บบนตัวสัตว์ จัดการในบ้าน จัดการสนาม และทำความสะอาดต่อเนื่อง และการควบคุมอาจใช้เวลาหลายเดือน
ในบ้าน
- ดูดฝุ่นให้ทั่ว เน้นจุดที่หมาอยู่ เช่น โซฟา พรม ร่องพื้น ขอบบัวผนัง และมุมห้อง ดูดเสร็จแล้วให้นำถุงหรือฝุ่นในกล่องเก็บไปทิ้งนอกบ้านทันที เพราะเห็บอาจรอดอยู่ในถุงได้
- ซักที่นอนหมา ผ้าห่ม และผ้าคลุมโซฟาด้วยน้ำร้อนเท่าที่ผ้ารับได้ แล้วตากหรืออบให้แห้งสนิท ถ้าที่นอนเก่าซักยาก อาจพิจารณาเปลี่ยนใหม่ อ่านวิธีเลือกได้ที่ ที่นอนสุนัข
- อุดรอยแตกและช่องตามผนังหรือพื้นที่เห็บใช้ซ่อนและวางไข่
- ถ้าใช้สเปรย์หรือผลิตภัณฑ์กำจัดเห็บในบ้าน ให้เลือกชนิดที่ฉลากระบุว่าใช้ในบ้านได้ ใช้ตามฉลาก ห้ามฉีดลงบนตัวสัตว์ และให้คน หมา และแมวออกจากบริเวณนั้นจนกว่าจะแห้ง ถ้าระบาดหนัก บริษัทกำจัดแมลงที่มีประสบการณ์เรื่องเห็บช่วยได้มาก
สนามและรอบบ้าน
- ตัดหญ้าให้สั้น เก็บกองใบไม้ กองไม้ และของรกที่เป็นที่ซ่อน
- เน้นจุดที่หมานอนเป็นประจำ เช่น ใต้บันได ระเบียง ใต้ถุนบ้าน และรอบคอกหรือบ้านหมา
- ล้างและตากคอกหรือกรงหมาให้แห้ง ตรวจซอกมุมและรอยต่อ
- ถ้าใช้สารเคมีในสนาม ทำตามฉลาก กันเด็กและสัตว์ออกจนกว่าจะแห้ง และระวังแหล่งน้ำหรือบ่อปลา
ระหว่างช่วงกำจัด ให้จำกัดพื้นที่ที่หมาเข้าได้ เพื่อให้ทำความสะอาดได้ทั่วถึง และอย่าเพิ่งเลิกเมื่อเห็นเห็บน้อยลง เพราะไข่และตัวอ่อนที่ซ่อนอยู่จะฟักออกมาอีกเป็นระลอก
ทางเลือกในการป้องกันเห็บ
ผลิตภัณฑ์ป้องกันเห็บสำหรับหมามีหลายรูปแบบ VCA ระบุว่าบางชนิดซื้อได้ทั่วไป บางชนิดต้องสั่งโดยสัตวแพทย์ และไม่มีผลิตภัณฑ์ใดที่ไม่มีผลข้างเคียงเลย แต่โดยรวมความเสี่ยงจากโรคที่มากับเห็บสูงกว่า ในพื้นที่ที่โรคเห็บพบได้ทั่วไปอย่างไทย VCA แนะนำให้ป้องกันต่อเนื่องตลอดปี
| รูปแบบ | วิธีใช้โดยทั่วไป | ข้อดี | ข้อควรรู้ |
|---|---|---|---|
| ยาหยดหลังคอ (spot-on) | หยดบนผิวหนังบริเวณหลังคอตามรอบที่ฉลากกำหนด | ใช้ง่าย บางสูตรป้องกันหมัดได้ด้วย | ต้องหยดถึงผิว ไม่ใช่บนขน และบางสูตรมีข้อห้ามเรื่องอาบน้ำก่อนหรือหลังหยด |
| ยากิน (เม็ดเคี้ยว) | ให้กินตามรอบที่สัตวแพทย์หรือฉลากกำหนด | ไม่ติดมือ ไม่หลุดเมื่ออาบน้ำหรือว่ายน้ำ | เห็บต้องกัดก่อนจึงได้รับยา และควรให้หมอประเมินสุขภาพก่อนใช้ โดยเฉพาะหมาที่มีประวัติชัก |
| ปลอกคอกันเห็บ | สวมติดคอตลอดตามระยะเวลาที่ฉลากระบุ | ออกฤทธิ์นาน ไม่ต้องจำรอบให้ยาบ่อย | ต้องใส่ให้ขนาดพอดี และระวังหมาตัวอื่นหรือเด็กกัดเล่น |
| แชมพูและสเปรย์กำจัดเห็บ | ใช้ตอนอาบน้ำหรือฉีดตามฉลาก | ช่วยกำจัดเห็บที่อยู่บนตัวขณะนั้น | ฤทธิ์มักอยู่ไม่นาน ใช้เสริม ไม่ควรใช้เป็นวิธีป้องกันหลัก |
การเลือกชนิด ขนาด และรอบการใช้ ขึ้นกับน้ำหนัก อายุ สุขภาพ ไลฟ์สไตล์ของหมา และสัตว์อื่นในบ้าน จึงควรให้สัตวแพทย์ช่วยเลือก ข้อที่ต้องทำเสมอคือ
- ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับช่วงน้ำหนักของหมา อย่าแบ่งหลอดหรือแบ่งเม็ดเอง ถ้าหมาน้ำหนักเปลี่ยน ให้ปรึกษาหมอ
- อ่านฉลากเรื่องอายุขั้นต่ำ ลูกหมา หมาตั้งท้อง หรือหมาที่ป่วยอยู่ ต้องปรึกษาหมอก่อน
- ใช้ให้ตรงรอบ อย่าเว้นช่วง เพราะช่วงที่ขาดคือช่วงที่เห็บกลับมาได้
- ไม่ใช้หลายผลิตภัณฑ์ซ้อนกันเองโดยไม่ได้ปรึกษาหมอ
- ซื้อจากคลินิกหรือร้านที่เชื่อถือได้ ระวังสินค้าปลอมหรือฉลากไม่ชัด
เรื่องแชมพู ถ้าต้องการแชมพูอาบน้ำทั่วไปสำหรับหมาที่ผิวแพ้ง่ายหรือมีปัญหาผิวหลังโดนเห็บกัด อ่านวิธีเลือกได้ที่ แชมพูสุนัข ยี่ห้อไหนดี แต่ต้องจำว่าแชมพูทำความสะอาดทั่วไปไม่ได้ป้องกันเห็บ
ข้อควรระวังสำหรับบ้านที่มีแมว
ห้ามใช้ยากำจัดเห็บของหมากับแมวเด็ดขาด
ผลิตภัณฑ์ของหมาหลายชนิดมีเพอร์เมทริน (permethrin) หรือสารกลุ่มไพรีทรอยด์ American Association of Feline Practitioners ระบุว่าผลิตภัณฑ์ของหมามีเพอร์เมทรินราว 45–60% ขณะที่ผลิตภัณฑ์ของแมวมีไม่ถึง 0.1% แมวกำจัดสารนี้ได้ไม่ดี จึงเกิดพิษได้ง่าย อาการคือน้ำลายไหลมาก กระวนกระวาย สั่น กล้ามเนื้อกระตุก และชัก ซึ่งอาจถึงชีวิต
- อ่านฉลากทุกครั้งว่าใช้กับสัตว์ชนิดไหน แม้ยี่ห้อเดียวกันก็มีสูตรหมาและสูตรแมวแยกกัน
- หลังหยดยาให้หมา แยกแมวออกจากหมาจนกว่ายาจะแห้งหรือตามที่ฉลากระบุ เพราะแมวอาจได้รับพิษจากการเลียหรือนอนคลอเคลียกับหมา
- ระวังปลอกคอของหมาที่แมวอาจไปเลียหรือกัดเล่น
- สเปรย์หรือสารกำจัดเห็บในบ้านก็ต้องระวัง ให้แมวออกจากบริเวณที่ใช้สาร
- ถ้าแมวมีอาการน้ำลายไหล สั่น หรือชักหลังสัมผัสยาของหมา ให้รีบพาไปโรงพยาบาลสัตว์ทันที และนำกล่องหรือฉลากผลิตภัณฑ์ไปด้วย
คำถามที่พบบ่อย
เห็บหมากัดคนได้ไหม ติดโรคถึงคนไหม
เห็บสุนัขสีน้ำตาลกินเลือดหมาเป็นหลัก แต่กัดคนได้บ้าง งานวิจัยในกรุงเทพฯ ระบุว่า Ehrlichia canis เป็นเชื้อที่ติดคนได้ในระดับน้อย หมาที่ป่วยไม่ได้ส่งเชื้อสู่คนโดยตรง ความเสี่ยงมาจากการโดนเห็บกัด ถ้าโดนเห็บกัดแล้วมีไข้หรือผื่นภายในหลายสัปดาห์ ให้ไปพบแพทย์และแจ้งว่าโดนเห็บกัด
เห็บหมาตายยากไหม อยู่ในบ้านได้นานแค่ไหน
เห็บชนิดนี้อยู่ในบ้านได้ครบวงจรชีวิต ทั้งไข่ ตัวอ่อน และตัวเต็มวัยซ่อนตามซอกมุม การกำจัดจึงต้องทำทั้งตัวหมา บ้าน และสนามต่อเนื่องหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน การฉีดสเปรย์ครั้งเดียวมักไม่พอ
หมาเลี้ยงในบ้าน ไม่เคยออกไปไหน ต้องป้องกันเห็บไหม
ยังมีความเสี่ยง เห็บติดมาได้จากการพาไปเดินเล่น อาบน้ำตัดขน ฝากเลี้ยง คลินิก หรือติดมากับคนและสัตว์ตัวอื่น ในประเทศที่โรคเห็บพบบ่อยอย่างไทย สัตวแพทย์มักแนะนำให้ป้องกันต่อเนื่อง ให้ปรึกษาหมอเรื่องรูปแบบที่เหมาะกับหมาของคุณ
หมาเคยเป็นไข้เห็บแล้ว เป็นซ้ำได้ไหม
เป็นซ้ำได้ การหายจากโรคไม่ได้ทำให้มีภูมิคุ้มกันถาวร และหมาบางตัวยังมีเชื้อแฝงอยู่ จึงควรป้องกันเห็บต่อเนื่องและไปตรวจเลือดตามที่หมอนัด
ใช้น้ำส้มสายชูหรือน้ำมันหอมระเหยไล่เห็บได้ไหม
ยังไม่มีหลักฐานที่ดีพอว่าได้ผลในการป้องกันโรคจากเห็บ และน้ำมันหอมระเหยหลายชนิดระคายผิวหรือเป็นพิษต่อสัตว์ โดยเฉพาะแมว ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียนสำหรับสัตว์ชนิดนั้นตามคำแนะนำของสัตวแพทย์
ดึงเห็บแล้วหัวค้าง ต้องทำอย่างไร
ถ้าใช้แหนบดึงส่วนที่ค้างออกได้ง่ายก็เอาออก ถ้าไม่ออก ให้ปล่อยไว้ ทำความสะอาดแผล ผิวหนังมักดันออกมาเอง ถ้าแผลบวม แดงมาก หรือมีหนอง ให้พาไปหาหมอ
แหล่งข้อมูลที่ใช้อ้างอิง
- Pathogens (2021): Molecular Detection of Tick-Borne Pathogens in Stray Dogs and Rhipicephalus sanguineus sensu lato Ticks from Bangkok, Thailand
- VCA Animal Hospitals: Ticks in Dogs
- VCA Animal Hospitals: Ehrlichiosis in Dogs
- VCA Animal Hospitals: Babesiosis in Dogs
- Companion Animal Parasite Council (CAPC): Anaplasma
- CDC: What to Do After a Tick Bite
- University of Rhode Island TickEncounter: Ticks are crawling up my walls
- American Association of Feline Practitioners: Permethrin Poisoning and Cats
บทความนี้เขียนเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปสำหรับเจ้าของสัตว์เลี้ยง ไม่สามารถใช้แทนการตรวจและวินิจฉัยโดยสัตวแพทย์ ถ้าสุนัขมีอาการผิดปกติหรือคุณไม่แน่ใจ ให้ติดต่อคลินิกหรือโรงพยาบาลสัตว์ใกล้บ้าน
ความรู้การเลี้ยง
แมวเป็นหวัด อาการแบบไหนต้องรีบไปหาหมอ และวิธีดูแลที่บ้านให้แมวกลับมากินได้
แมวเป็นหวัดส่วนใหญ่เกิดจากไวรัส FHV-1 และ FCV สรุปอาการที่พบบ่อย สัญญาณฉุกเฉินอย่างหายใจทางปากหรือไม่กินอาหาร วิธีดูแลที่บ้าน การแยกแมว และสิ่งที่วัคซีนช่วยได้
แมวเป็นหวัดเป็นโรคที่คลินิกสัตว์เจอบ่อยมาก โดยเฉพาะในลูกแมว แมวที่เพิ่งรับมาจากที่อื่น และบ้านที่เลี้ยงแมวหลายตัว อาการที่เห็นคือจาม น้ำมูกไหล ตาแฉะ บางตัวมีแผลในปาก ส่วนใหญ่หายได้ใน 1–3 สัปดาห์ด้วยการดูแลที่ดี แต่ปัญหาจริงคือ แมวที่จมูกตันจะดมกลิ่นอาหารไม่ได้และหยุดกิน ซึ่งอันตรายกว่าตัวหวัดเอง บทความนี้อธิบายว่าหวัดแมวเกิดจากอะไร อาการแบบไหนต้องพาไปหาหมอทันที ดูแลที่บ้านอย่างไรให้ถูก และป้องกันได้แค่ไหนด้วยวัคซีน
อัปเดต 15 ตุลาคม 2026 · เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัย ถ้าแมวมีอาการผิดปกติให้ปรึกษาสัตวแพทย์
สรุปสั้น
- ไปหาหมอทันทีหายใจทางปาก หอบ เหงือกซีดหรือม่วง ไม่กินอาหารเลยทั้งวัน ซึมมาก หรือเป็นลูกแมวอายุน้อยที่มีอาการ
- นัดหมอภายใน 1–2 วันน้ำมูกหรือขี้ตาข้นเป็นสีเขียวเหลือง หรี่ตา ตาขุ่น น้ำลายไหล มีแผลในปาก หรืออาการไม่ดีขึ้นหลังดูแลไปหลายวัน
- ดูแลที่บ้านได้แมวโตที่จามและมีน้ำมูกใส ยังกิน ยังร่าเริง ให้ช่วยเรื่องไอน้ำ เช็ดหน้าตา อาหารกลิ่นแรง และแยกจากแมวตัวอื่น
แมวเป็นหวัดเกิดจากอะไร
คำว่าหวัดแมวหรือไข้หวัดแมว ในทางสัตวแพทย์หมายถึงการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน (upper respiratory infection) คือจมูก โพรงจมูก คอ และเยื่อบุตา ไม่ใช่โรคเดียวกับไข้หวัดของคน และเชื้อส่วนใหญ่ไม่ติดต่อจากแมวสู่คน
VCA Animal Hospitals ระบุว่าราว 90% ของกรณีเกิดจากไวรัส 2 ชนิด คือ
- Feline herpesvirus type 1 (FHV-1) ทำให้เกิดโรคที่เรียกว่า feline viral rhinotracheitis เด่นที่อาการจามแรง น้ำมูก เยื่อบุตาอักเสบ และอาจทำให้กระจกตาเป็นแผล
- Feline calicivirus (FCV) มีอาการทางจมูกและตาเช่นกัน แต่ที่เด่นคือ แผลในปากและลิ้น ทำให้แมวเจ็บจนไม่ยอมกิน บางสายพันธุ์ลามไปถึงปอดได้
นอกจากไวรัส ยังมีแบคทีเรียที่พบร่วมได้ เช่น Chlamydia felis ซึ่งทำให้ตาอักเสบเรื้อรัง และ Bordetella bronchiseptica ในหลายกรณีไวรัสเป็นตัวเปิดทาง แล้วแบคทีเรียตามมาซ้ำเติมจนน้ำมูกข้นเป็นหนอง แมวหนึ่งตัวอาจติดเชื้อมากกว่าหนึ่งชนิดพร้อมกัน
ข้อมูลจาก VCA ระบุว่าระยะฟักตัวอยู่ที่ราว 2–10 วัน และการติดเชื้อที่ไม่มีโรคแทรกซ้อนมักหายใน 7–14 วัน แต่บางตัวมีอาการนานถึง 21 วัน
เรื่องพาหะที่เจ้าของควรรู้
แมวที่หายจากหวัดแล้วไม่ได้แปลว่าเชื้อหมดไป VCA ระบุว่าแมวที่ติด FHV-1 ราว 80% จะเป็นพาหะไปตลอดชีวิต เชื้อซ่อนอยู่ในร่างกายและกลับมาก่ออาการได้อีกเมื่อแมวเครียด เช่น ย้ายบ้าน ฝากเลี้ยง หรือมีแมวใหม่เข้าบ้าน ส่วน FCV ราวครึ่งหนึ่งเป็นพาหะต่ออีกหลายเดือน ส่วนน้อยเป็นพาหะตลอดชีวิต นี่คือเหตุผลที่แมวบางตัว “เป็นหวัดซ้ำ” ทั้งที่ไม่ได้ไปไหน
อาการที่พบบ่อย
อาการของแมวเป็นหวัดมีหลายระดับ ตั้งแต่จามเล็กน้อยไปจนถึงป่วยหนัก ลองสังเกตตามตารางนี้
| ส่วนที่มีอาการ | สิ่งที่เห็น | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| จมูก | จามบ่อย น้ำมูกไหล หายใจมีเสียงครืดคราด | น้ำมูกเริ่มจากใส แล้วอาจข้นขึ้นเป็นสีเหลืองเขียวเมื่อมีแบคทีเรียแทรก |
| ตา | ตาแดง ตาแฉะ ขี้ตาเยอะ หนังตาบวม หรี่ตาข้างเดียว | หรี่ตา ตาขุ่น หรือมีฝ้าบนตาดำ อาจเป็นแผลกระจกตาซึ่งพบได้ใน FHV-1 |
| ปาก | น้ำลายไหล อ้าปากค้าง เคี้ยวแล้วหยุด มีกลิ่นปาก | เป็นสัญญาณของแผลในปาก พบบ่อยใน FCV |
| ทั่วร่างกาย | มีไข้ ซึม กินน้อยลง ต่อมน้ำเหลืองใต้คางโต | แมวกินน้อยลงเพราะดมกลิ่นไม่ได้หรือเจ็บปาก |
| ขาในลูกแมว | เดินกะเผลกชั่วคราวร่วมกับมีไข้ | Merck Veterinary Manual ระบุว่าพบใน FCV บางสายพันธุ์ มักเกิดในลูกแมวอายุ 8–12 สัปดาห์ |
แยกจากโรคอื่นด้วยตาเปล่าไม่ได้เสมอไป อาการจามและน้ำมูกยังพบได้ในโรคอื่น เช่น เชื้อราในโพรงจมูก สิ่งแปลกปลอมติดจมูก หรือปัญหาฟัน ถ้าอาการเป็นข้างเดียวนาน ๆ มีเลือดกำเดา หรือใบหน้าบวม ควรให้สัตวแพทย์ตรวจเพิ่ม
อาการที่เป็นเหตุฉุกเฉิน
พาไปโรงพยาบาลสัตว์ทันที ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่ง
- หายใจทางปาก หรืออ้าปากหอบตอนนอนพัก แมวปกติหายใจทางจมูก การหายใจทางปากในแมวถือเป็นสัญญาณอันตราย
- หายใจเร็วผิดปกติขณะนอนพัก Cornell Feline Health Center ระบุว่าแมวที่พักอยู่ไม่ควรหายใจเกินราว 35 ครั้งต่อนาที นับได้จากการขยับของหน้าอกใน 30 วินาทีแล้วคูณ 2
- เหงือกหรือลิ้นซีด ม่วง หรือคล้ำ
- ไม่กินอาหารเลยทั้งวัน หรือไม่ยอมกินน้ำ
- ซึมมาก ไม่ลุก ตัวเย็น หรือไข้สูง
- ลูกแมวอายุน้อย ที่มีอาการหวัด ลูกแมวขาดน้ำและพลังงานเร็วกว่าแมวโตมาก Merck Veterinary Manual ระบุว่าลูกแมวและแมวสูงวัยมีแนวโน้มอาการหนักกว่าแมวโตที่แข็งแรง
- แมวที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคไต เบาหวาน หรือติดเชื้อไวรัสที่กดภูมิคุ้มกัน
- หน้า ขา หรืออุ้งเท้าบวม มีแผลตามผิวหนัง หรือตาและเหงือกเหลือง ซึ่งอาจเป็นรูปแบบรุนแรงของ calicivirus ที่พบได้น้อยแต่อันตรายมาก
เรื่องการไม่กินต้องเน้นเป็นพิเศษ แมวที่อดอาหารเสี่ยงต่อภาวะไขมันพอกตับ ซึ่งเป็นภาวะที่ทำให้แมวป่วยหนักต่อเนื่องแม้หวัดจะหายแล้ว อ่านรายละเอียดได้ที่ แมวไม่กินข้าว ทำอย่างไรดี
หมอรักษาอย่างไร
ไม่มียาที่ฆ่าไวรัสหวัดแมวได้โดยตรงในทุกกรณี การรักษาส่วนใหญ่จึงเป็นการประคับประคองให้แมวผ่านช่วงป่วยไปได้ ขึ้นกับอาการของแต่ละตัว สิ่งที่สัตวแพทย์อาจทำมีดังนี้
- ยาปฏิชีวนะ เมื่อสงสัยว่ามีแบคทีเรียแทรกซ้อน เช่น น้ำมูกเป็นหนอง ยานี้ไม่ได้ฆ่าไวรัส แต่ช่วยจัดการเชื้อแบคทีเรียที่ตามมา
- ยาหยอดตาหรือป้ายตา สำหรับเยื่อบุตาอักเสบหรือแผลกระจกตา บางกรณีใช้ยาต้านไวรัสร่วมด้วย
- ยาลดปวดและยาดูแลช่องปาก ในแมวที่มีแผลในปาก เพื่อให้กลับมากินได้
- สารน้ำ ในแมวที่ขาดน้ำ และอาจใช้ยากระตุ้นความอยากอาหาร
- ออกซิเจนหรือการนอนโรงพยาบาล ในแมวที่หายใจลำบาก และบางตัวที่ไม่กินนานอาจต้องให้อาหารทางสายยาง
- ตรวจหาเชื้อหรือเอกซเรย์ ในแมวที่เป็นซ้ำบ่อยหรือรักษาแล้วไม่ตอบสนอง
เรื่องไลซีน (L-lysine) ที่เจ้าของหลายคนได้ยินมา Cornell Feline Health Center ระบุว่ายังเป็นเรื่องที่ถกเถียงกัน และงานวิจัยบางส่วนชี้ว่าอาจไม่ได้ช่วยหรืออาจทำให้อาการแย่ลง ถ้าสนใจใช้ ให้ปรึกษาสัตวแพทย์ก่อน
ดูแลแมวเป็นหวัดที่บ้าน
การดูแลที่บ้านสำคัญพอ ๆ กับยา เพราะเป้าหมายคือให้แมวหายใจสะดวก ได้กินและได้ดื่มน้ำ ขั้นตอนเหล่านี้ใช้ได้ทั้งกับแมวที่หมอให้กลับมาดูแลที่บ้าน และแมวโตที่อาการเบาซึ่งยังกินและร่าเริง
- ใช้ไอน้ำช่วยให้จมูกโล่ง VCA แนะนำให้พาแมวเข้าห้องน้ำที่มีไอน้ำ เช่น เปิดน้ำอุ่นจากฝักบัวจนห้องอบไอ แล้วให้แมวอยู่ในห้องราว 10–15 นาที วันละหลายครั้ง แมวไม่ต้องโดนน้ำ อยู่ในห้องกับเจ้าของก็พอ ห้ามใช้น้ำมันหอมระเหยหรือยาดมของคนในไอน้ำ เพราะหลายชนิดเป็นพิษต่อแมว
- เช็ดตาและจมูกบ่อย ๆ ใช้สำลีหรือผ้าก๊อซชุบน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือล้างแผลบิดหมาด เช็ดคราบน้ำมูกและขี้ตาเบา ๆ จากหัวตาออกด้านนอก ใช้สำลีชิ้นใหม่สำหรับตาแต่ละข้าง คราบที่แห้งกรังให้ประคบน้ำอุ่นให้นิ่มก่อน อย่าแกะ
- ให้อาหารกลิ่นแรง อุ่นเล็กน้อย แมวเลือกอาหารจากกลิ่น เมื่อจมูกตันจึงไม่อยากกิน อาหารเปียกที่มีกลิ่นชัด อุ่นให้ใกล้อุณหภูมิร่างกายจะช่วยให้กลิ่นออกมากขึ้น ทดสอบความร้อนก่อนทุกครั้ง ถ้ามีแผลในปาก อาหารเนื้อนิ่มหรือบดละเอียดจะกินง่ายกว่าอาหารเม็ด
- ดูแลเรื่องน้ำ วางน้ำสะอาดใกล้ที่นอนแมว เปลี่ยนบ่อย ๆ อาหารเปียกช่วยเพิ่มน้ำได้อีกทาง ลองกดผิวหนังที่หลังคอ ถ้าหนังคืนตัวช้า เหงือกแห้งเหนียว ให้ติดต่อสัตวแพทย์
- จัดที่พักให้อุ่นและเงียบ ให้แมวพักในห้องที่ไม่มีลมแอร์เป่าตรง ไม่มีฝุ่น ไม่มีควันบุหรี่หรือควันธูป มีที่นอนนุ่ม และไม่มีแมวตัวอื่นมากวน
- ให้ยาครบตามที่หมอสั่ง โดยเฉพาะยาปฏิชีวนะและยาหยอดตา แม้แมวดูดีขึ้นแล้วก็อย่าหยุดเอง ถ้าป้อนยาไม่ได้หรือแมวต่อต้านมาก ให้กลับไปปรึกษาคลินิกเรื่องรูปแบบยาที่ให้ง่ายกว่า
- จดอาการทุกวัน จดว่ากินไปเท่าไร ดื่มน้ำ ขับถ่ายปกติไหม น้ำมูกเปลี่ยนสีหรือเปล่า นับอัตราหายใจตอนนอนหลับวันละครั้ง ถ้าอะไรแย่ลงจะเห็นได้เร็ว
เคล็ดลับเวลาให้อาหาร
ก่อนให้อาหาร เช็ดจมูกให้โล่งก่อนแล้วค่อยวางชาม แมวจะได้กลิ่นมากขึ้น ใช้ชามตื้นและกว้างเพื่อไม่ให้หนวดชนขอบ และให้มื้อเล็ก ๆ หลายครั้งต่อวันแทนมื้อใหญ่ ถ้าแมวไม่ยอมกินเลยภายในหนึ่งวัน อย่ารอให้หวัดหายเอง ให้ติดต่อสัตวแพทย์
สิ่งที่ไม่ควรทำ
- อย่าให้ยาของคน ทั้งยาลดไข้แก้ปวด ยาแก้หวัด ยาลดน้ำมูก หรือยาหยอดจมูก ยาหลายชนิด เช่น พาราเซตามอล เป็นพิษต่อแมวรุนแรงแม้ในปริมาณน้อย
- อย่าใช้ยาปฏิชีวนะที่เหลือจากครั้งก่อน หรือซื้อยามาให้เอง ชนิดยาและระยะเวลาให้ยาต้องให้สัตวแพทย์ตัดสิน
- อย่าใช้น้ำมันหอมระเหย เช่น ยูคาลิปตัส ทีทรี หรือยาหม่อง ทั้งทา หยด หรือใส่เครื่องพ่นไอน้ำ
- อย่าบังคับป้อนอาหารแรง ๆ แมวที่จมูกตันอาจสำลักได้ง่าย ถ้าต้องป้อน ให้สัตวแพทย์สอนวิธีก่อน
- อย่าอาบน้ำแมวที่ป่วย ให้เช็ดตัวเฉพาะจุดที่สกปรกแทน แมวที่มีไข้และอ่อนแรงไม่ควรเปียกทั้งตัว
การติดต่อและการแยกแมว
หวัดแมวติดต่อกันระหว่างแมวได้ง่าย ทั้งจากการสัมผัสกันตรง ๆ จากละอองจามในระยะใกล้ และจากของใช้ร่วมกัน เช่น ชามอาหาร ชามน้ำ กระบะทราย ของเล่น ที่นอน รวมถึงมือและเสื้อผ้าของคนเลี้ยง
VCA ระบุว่า FHV-1 อยู่นอกตัวแมวได้ไม่ถึง 18 ชั่วโมง แต่ FCV อยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นานถึง 10 วัน และทนต่อผงซักฟอกทั่วไปได้ น้ำยาฟอกขาวที่เจือจางทำลายเชื้อทั้งสองชนิดได้ ถ้าบ้านมีแมวหลายตัว ให้ทำดังนี้
- แยกแมวป่วยไว้ห้องหนึ่ง มีชามอาหาร ชามน้ำ และกระบะทรายของตัวเอง
- ดูแลแมวตัวที่แข็งแรงก่อน แล้วค่อยไปดูแลตัวที่ป่วย ล้างมือทุกครั้งหลังจับแมวป่วย
- ล้างชามและกระบะทุกวัน ทำความสะอาดพื้นผิวแข็งด้วยน้ำยาฟอกขาวเจือจางตามฉลาก แล้วล้างน้ำออกให้หมดและรอให้แห้งก่อนให้แมวเข้าใกล้ อย่าผสมน้ำยาฟอกขาวกับน้ำยาชนิดอื่น
- ซักผ้าปูที่นอนและผ้าห่มของแมวป่วยแยก
- ถ้าเพิ่งรับแมวใหม่มา VCA แนะนำให้แยกไว้อย่างน้อย 1–2 สัปดาห์ และพาไปตรวจสุขภาพก่อนให้อยู่ร่วมกับแมวในบ้าน
สำหรับคน เชื้อหวัดแมวส่วนใหญ่ติดเฉพาะแมว แต่ VCA ระบุว่า Chlamydia felis อาจทำให้คนในบ้านตาอักเสบได้ในบางครั้ง และ Bordetella อาจก่อโรคในคนที่ภูมิคุ้มกันบกพร่อง ล้างมือหลังจับแมวป่วยจึงเป็นนิสัยที่ดี ถ้ามีอาการตาแดงหรืออาการทางเดินหายใจให้ไปพบแพทย์
ป้องกันด้วยวัคซีนและการจัดการบ้าน
วัคซีนป้องกัน FHV-1 และ FCV จัดอยู่ใน วัคซีนหลัก ที่แนะนำสำหรับแมวทุกตัว มักมาในเข็มรวมเดียวกับไข้หัดแมว (feline panleukopenia) ข้อมูลจาก RSPCA Australia ซึ่งอ้างอิงแนวทาง WSAVA ระบุว่า ลูกแมวเริ่มเข็มแรกที่อายุ 6–8 สัปดาห์ แล้วฉีดซ้ำทุก 3–4 สัปดาห์จนถึงอายุ 16–20 สัปดาห์ จากนั้นกระตุ้นที่ราว 6 เดือน และแมวโตกระตุ้นทุก 1–3 ปีตามชนิดวัคซีนและความเสี่ยงของแมวแต่ละตัว ตารางที่ใช้จริงให้สัตวแพทย์ปรับตามแมวของคุณ อ่านเพิ่มได้ที่ วัคซีนแมว ต้องฉีดอะไรบ้าง
สิ่งที่ต้องเข้าใจคือ วัคซีนหวัดแมวไม่ได้กันการติดเชื้อได้ 100% Cornell และ VCA ระบุตรงกันว่าวัคซีนช่วยลดความรุนแรงและทำให้ป่วยสั้นลง แมวที่ฉีดวัคซีนแล้วจึงยังจามได้บ้าง แต่มักไม่ป่วยหนักเท่าแมวที่ไม่เคยฉีด และวัคซีนไม่ได้รักษาแมวที่เป็นพาหะอยู่แล้ว
นอกจากวัคซีน การจัดการบ้านก็ช่วยลดโอกาสป่วยและลดการกำเริบในแมวที่เป็นพาหะ
- ลดความเครียด เช่น จัดที่ซ่อนและที่นอนให้พอ ไม่เพิ่มแมวในบ้านเกินพื้นที่ ค่อย ๆ แนะนำแมวใหม่
- ช่วงที่รู้ว่าแมวจะเครียด เช่น ย้ายบ้านหรือฝากเลี้ยง ให้สังเกตอาการใกล้ชิดขึ้น
- ถ้าต้องฝากเลี้ยง เลือกที่ที่ตรวจประวัติวัคซีนและแยกกรงชัดเจน
- เลี้ยงในบ้าน ลดการเจอแมวจรที่ไม่รู้ประวัติ
- ล้างชามและกระบะทรายสม่ำเสมอ และล้างมือหลังไปจับแมวตัวอื่นนอกบ้าน
คำถามที่พบบ่อย
แมวเป็นหวัดกี่วันหาย
แมวโตที่อาการไม่รุนแรงมักดีขึ้นใน 7–14 วัน บางตัวอาจนานถึง 3 สัปดาห์ ถ้าเกินนี้ อาการแย่ลง หรือเป็นซ้ำบ่อย ควรให้สัตวแพทย์ตรวจหาสาเหตุเพิ่ม
แมวเป็นหวัดติดคนได้ไหม
เชื้อหลักคือ FHV-1 และ FCV ติดเฉพาะแมว ไม่ติดคน มีแบคทีเรียบางชนิดที่อาจทำให้คนตาอักเสบได้ในบางครั้ง จึงควรล้างมือหลังจับแมวป่วย ส่วนหวัดของคนก็ไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้แมวเป็นหวัด
แมวเป็นหวัดแต่ยังกินได้ ต้องไปหาหมอไหม
ถ้าเป็นแมวโต น้ำมูกใส ยังกิน ยังร่าเริง และหายใจปกติ ดูแลที่บ้านพร้อมสังเกตอาการได้ แต่ถ้าน้ำมูกหรือขี้ตาข้นเป็นหนอง หรี่ตา มีแผลในปาก หรือไม่ดีขึ้นในไม่กี่วัน ควรพาไปตรวจ ส่วนลูกแมวควรให้หมอดูตั้งแต่เริ่มมีอาการ
ฉีดวัคซีนแล้ว ทำไมแมวยังเป็นหวัด
วัคซีนช่วยลดความรุนแรง ไม่ได้กันการติดเชื้อได้ทั้งหมด นอกจากนี้แมวบางตัวอาจติดเชื้อไว้ก่อนฉีดและเป็นพาหะอยู่แล้ว อาการจึงกำเริบได้เมื่อเครียด หรืออาจเป็นเชื้อชนิดอื่นที่วัคซีนหลักไม่ครอบคลุม
แมวเป็นหวัดอาบน้ำได้ไหม
ไม่ควรอาบน้ำระหว่างป่วย ให้เช็ดตา จมูก และจุดที่สกปรกด้วยผ้าชุบน้ำบิดหมาดแทน รอให้หายดีแล้วค่อยอาบตามปกติ
แมวกลับมาเป็นหวัดซ้ำบ่อย ทำอย่างไรดี
มักเกิดจากการเป็นพาหะ FHV-1 ที่กำเริบเมื่อเครียด ให้สัตวแพทย์ตรวจว่ามีโรคอื่นร่วมหรือไม่ เช่น ปัญหาฟันหรือโรคที่กดภูมิคุ้มกัน ฉีดวัคซีนกระตุ้นตามนัด และลดสาเหตุความเครียดในบ้าน
แหล่งข้อมูลที่ใช้อ้างอิง
บทความนี้เขียนเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปสำหรับเจ้าของสัตว์เลี้ยง ไม่สามารถใช้แทนการตรวจและวินิจฉัยโดยสัตวแพทย์ ถ้าแมวมีอาการผิดปกติหรือคุณไม่แน่ใจ ให้ติดต่อคลินิกหรือโรงพยาบาลสัตว์ใกล้บ้าน
ความรู้การเลี้ยง
วัคซีนสุนัข ต้องฉีดอะไรบ้าง ตารางวัคซีนลูกสุนัข การฉีดกระตุ้น และกฎหมายพิษสุนัขบ้า
สรุปวัคซีนสุนัขตามแนวทาง WSAVA และ AAHA วัคซีนหลักและวัคซีนเสริม ตารางวัคซีนลูกสุนัข สุนัขโตต้องกระตุ้นบ่อยแค่ไหน กฎหมายพิษสุนัขบ้าในไทย และอาการหลังฉีดที่ต้องพาไปหาหมอ
วัคซีนสุนัขช่วยป้องกันโรคที่รุนแรงและพบได้บ่อยในไทย อย่างไข้หัดสุนัข ลำไส้อักเสบจากพาร์โวไวรัส โรคฉี่หนู และพิษสุนัขบ้า ซึ่งโรคหลังสุดเป็นอันตรายถึงชีวิตทั้งกับสุนัขและคน และกฎหมายไทยกำหนดให้เจ้าของต้องพาสุนัขไปฉีด บทความนี้สรุปจากแนวทางของ WSAVA ปี 2024 และ AAHA ว่าวัคซีนตัวไหนจำเป็น ลูกสุนัขควรฉีดเข็มไหนเมื่อไร สุนัขโตต้องกระตุ้นบ่อยแค่ไหน และอาการหลังฉีดแบบไหนต้องรีบกลับไปหาหมอ
อัปเดต 15 ตุลาคม 2026 · เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัย ตารางวัคซีนของสุนัขแต่ละตัวควรวางแผนร่วมกับสัตวแพทย์
สรุปสั้น
- วัคซีนหลักไข้หัดสุนัข (CDV) ตับอักเสบติดต่อ (CAV) ลำไส้อักเสบจากพาร์โว (CPV-2) และพิษสุนัขบ้า ส่วนโรคฉี่หนูควรนับเป็นวัคซีนหลักในพื้นที่ที่มีโรคอย่างไทย
- ลูกสุนัขเริ่มวัคซีนรวมที่อายุ 6–8 สัปดาห์ ฉีดซ้ำทุก 2–4 สัปดาห์ จนเข็มสุดท้ายตกที่อายุ 16 สัปดาห์หรือมากกว่า
- กฎหมายต้องฉีดพิษสุนัขบ้าครั้งแรกเมื่ออายุ 2–4 เดือน และฉีดครั้งต่อไปตามกำหนดในใบรับรอง ในทางปฏิบัติคือทุกปี
- สุนัขโตวัคซีนหลักกลุ่มไวรัสกระตุ้นได้ทุก 3 ปีตามแนวทางสากล แต่โรคฉี่หนูและไอกรนต้องฉีดทุกปี
วัคซีนหลักและวัคซีนเสริมของสุนัข
WSAVA และ AAHA แบ่งวัคซีนสุนัขเป็นสองกลุ่ม วัคซีนหลัก (core) คือวัคซีนที่สุนัขทุกตัวควรได้ เพราะโรครุนแรงและพบได้ทั่วไป ส่วนวัคซีนเสริม (non-core) ฉีดตามความเสี่ยง เช่น สุนัขที่ต้องฝากโรงแรม ไปร้านอาบน้ำตัดขน หรือพาไปเจอสุนัขตัวอื่นบ่อย
| วัคซีน | ป้องกันโรค | กลุ่ม | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| CDV | ไข้หัดสุนัข | หลัก | โรคที่กระทบทั้งทางเดินหายใจ ทางเดินอาหาร และระบบประสาท |
| CAV | ตับอักเสบติดต่อในสุนัข | หลัก | วัคซีนใช้เชื้อ CAV-2 ซึ่งป้องกันได้ทั้งตับอักเสบและช่วยด้านทางเดินหายใจ |
| CPV-2 | ลำไส้อักเสบติดต่อ หรือโรคพาร์โว | หลัก | รุนแรงมากในลูกสุนัข ทำให้อาเจียนและถ่ายเป็นเลือด |
| Rabies | พิษสุนัขบ้า | หลัก และเป็นข้อบังคับตามกฎหมายไทย | ติดต่อสู่คนได้และเสียชีวิตเกือบทุกรายเมื่อมีอาการ |
| Leptospira | โรคฉี่หนู (เลปโตสไปโรซิส) | หลักในพื้นที่ที่มีโรค | ติดต่อสู่คนได้ ภูมิคุ้มกันอยู่ได้ไม่นาน ต้องฉีดทุกปี |
| CPiV | พาราอินฟลูเอนซา หนึ่งในเชื้อของโรคไอกรนสุนัข | เสริม | มักรวมอยู่ในวัคซีนรวมหลายสูตร |
| Bordetella | ไอกรนสุนัข (kennel cough) | เสริม | มีแบบหยอดจมูก แบบหยอดปาก และแบบฉีด |
คลินิกในไทยมักเรียกวัคซีนรวมเป็นจำนวนโรค เช่น “วัคซีนรวม 5 โรค” ซึ่งมักครอบคลุมไข้หัด ลำไส้อักเสบ ตับอักเสบ หลอดลมอักเสบ และโรคฉี่หนู แต่ละยี่ห้อและแต่ละคลินิกรวมเชื้อไม่เหมือนกัน ถ้าอยากรู้ชัด ให้ขอดูสติกเกอร์วัคซีนในสมุดประจำตัวสุนัข หรือถามหมอว่าเข็มนั้นมีโรคฉี่หนูรวมอยู่ด้วยหรือเปล่า
เรื่องโรคฉี่หนู AAHA ปรับแนวทางให้เป็นวัคซีนหลักสำหรับสุนัขทุกตัวในอเมริกาเหนือ ส่วน WSAVA ปี 2024 ระบุว่าควรเป็นวัคซีนหลักในพื้นที่ที่มีโรคนี้ประจำถิ่นและมีวัคซีนที่เหมาะสม ไทยมีรายงานโรคฉี่หนูทั้งในคนและสัตว์ทุกปี โดยเฉพาะหน้าฝนและพื้นที่น้ำท่วมขัง สุนัขที่เดินลุยน้ำหรือหญ้าเปียก หรืออยู่ในบ้านที่มีหนู จึงควรได้วัคซีนตัวนี้
ตารางวัคซีนลูกสุนัข
ลูกสุนัขได้ภูมิคุ้มกันจากนมแม่ในช่วงแรก ภูมินี้ช่วยป้องกันโรคแต่ก็ขัดขวางวัคซีนด้วย และลดลงในเวลาที่ต่างกันในลูกแต่ละตัว จึงต้องฉีดซ้ำหลายเข็มจนเลยช่วงที่ภูมิจากแม่อาจยังเหลือ WSAVA จึงแนะนำให้เข็มสุดท้ายของชุดแรกตกที่อายุ 16 สัปดาห์หรือมากกว่า ตารางนี้เป็นภาพรวมตามแนวทางสากลและที่ใช้กันในไทย หมออาจปรับตามยี่ห้อวัคซีนและสุขภาพของลูกสุนัข
| อายุ | วัคซีน | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| 6–8 สัปดาห์ | วัคซีนรวมเข็มแรก (CDV, CAV, CPV-2 และมักมี CPiV) | ตรวจร่างกายและวางแผนถ่ายพยาธิไปพร้อมกัน |
| ทุก 2–4 สัปดาห์หลังจากนั้น | วัคซีนรวมเข็มถัดไป | AAHA แนะนำอย่างน้อย 3 เข็มในช่วงอายุ 6–16 สัปดาห์ เข็มสุดท้ายควรตกที่ 16 สัปดาห์หรือมากกว่า |
| ตั้งแต่ 12 สัปดาห์ | โรคฉี่หนู 2 เข็ม ห่างกัน 2–4 สัปดาห์ | มักนัดให้ตรงกับวัคซีนรวมสองเข็มท้าย |
| 2–4 เดือน | พิษสุนัขบ้าเข็มแรก | เป็นช่วงอายุที่กฎหมายกำหนด หลายคลินิกในไทยฉีดเข็มที่สองห่างจากเข็มแรกราว 1 เดือน |
| ตามความเสี่ยง | ไอกรนสุนัข | แบบหยอดจมูกหรือหยอดปากใช้ 1 ครั้ง แบบฉีดใช้ 2 เข็ม ห่างกัน 2–4 สัปดาห์ |
| 26 สัปดาห์ หรือภายใน 1 ปีหลังเข็มสุดท้าย | วัคซีนรวมกระตุ้น | WSAVA แนะนำที่ 26 สัปดาห์ขึ้นไป AAHA ให้ฉีดภายใน 1 ปี หลังจากนั้นจึงเว้นห่างได้ |
ถ้ารับสุนัขมาตอนอายุเกิน 16 สัปดาห์และไม่เคยได้วัคซีน AAHA แนะนำวัคซีนรวม 2 เข็ม ห่างกัน 2–4 สัปดาห์ และโรคฉี่หนู 2 เข็มห่างกันเท่ากัน ไม่ต้องเริ่มตามตารางลูกสุนัขเล็กทั้งหมด
ลูกสุนัขที่ยังฉีดไม่ครบ ออกนอกบ้านได้แค่ไหน
- หลีกเลี่ยงพื้นที่ที่สุนัขไม่รู้ประวัติไปขับถ่ายรวมกัน เช่น สวนสาธารณะ ลานหญ้าหน้าหมู่บ้าน เพราะเชื้อพาร์โวอยู่ในพื้นได้นาน
- ให้เจอสุนัขที่รู้ว่าฉีดวัคซีนครบและสุขภาพดีได้ ในบ้านหรือพื้นที่สะอาด ช่วงนี้เป็นช่วงสำคัญของการฝึกเข้าสังคม
- ถ้าลูกสุนัขอาเจียน ท้องเสีย หรือซึม ให้พาไปหาหมอเร็ว อย่ารอ อ่านอาการที่ต้องระวังได้ที่ สุนัขท้องเสีย
สุนัขโตต้องฉีดกระตุ้นบ่อยแค่ไหน
วัคซีนแต่ละตัวอยู่ได้นานไม่เท่ากัน จึงไม่ได้ต้องฉีดทุกตัวทุกปีเสมอไป
- วัคซีนรวมกลุ่มไวรัส (CDV, CAV, CPV-2) AAHA แนะนำให้กระตุ้นทุก 3 ปีหลังจากฉีดกระตุ้นครบปีแรกแล้ว WSAVA ก็ระบุว่าวัคซีนหลักในสุนัขโตไม่ควรฉีดถี่เกินจำเป็น เพราะวัคซีนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ให้ภูมิได้หลายปี
- โรคฉี่หนู ภูมิอยู่ได้ไม่นาน AAHA แนะนำให้ฉีดกระตุ้นทุกปี
- ไอกรนสุนัข ฉีดหรือหยอดทุกปีในสุนัขที่มีความเสี่ยง โรงแรมสุนัขหลายแห่งขอดูประวัติวัคซีนตัวนี้ก่อนรับฝาก
- พิษสุนัขบ้า ในไทยให้ฉีดตามระยะเวลาในใบรับรอง ซึ่งในทางปฏิบัติคือทุกปี และกรมควบคุมโรคก็แนะนำให้ฉีดทุกปี
ในทางปฏิบัติ คลินิกในไทยหลายแห่งยังนัดวัคซีนรวมทุกปี เพราะวัคซีนรวมหลายสูตรมีโรคฉี่หนูอยู่ในเข็มเดียวกัน ถ้าอยากลดจำนวนวัคซีนที่ไม่จำเป็น ให้ถามหมอว่าสามารถแยกฉีดโรคฉี่หนูทุกปี และเว้นวัคซีนกลุ่มไวรัสเป็นทุก 3 ปีได้หรือไม่ บางคลินิกมีบริการตรวจระดับภูมิคุ้มกันในเลือดเพื่อช่วยตัดสินใจด้วย
กฎหมายไทยเรื่องวัคซีนพิษสุนัขบ้า
พระราชบัญญัติโรคพิษสุนัขบ้า พ.ศ. 2535 และข้อบัญญัติท้องถิ่นที่ออกตามกฎหมายนี้ กำหนดให้เจ้าของต้องนำสุนัขไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ครั้งแรกเมื่ออายุ 2–4 เดือน และ ฉีดครั้งต่อไปตามระยะเวลาที่กำหนดในใบรับรองการฉีดวัคซีน เจ้าของควรเก็บใบรับรองไว้และให้สุนัขมีเครื่องหมายประจำตัวตามที่ท้องถิ่นกำหนด ตัวอย่างข้อบัญญัติท้องถิ่นที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาปี 2566 กำหนดโทษเจ้าของที่ไม่พาสัตว์ไปฉีดวัคซีนเป็นโทษปรับไม่เกิน 200 บาท และหลายท้องถิ่นยังมีข้อบัญญัติเรื่องการขึ้นทะเบียนสุนัขเพิ่มเติม ควรเช็กกับเทศบาลหรือ อบต. ในพื้นที่ของคุณ
ค่าปรับอาจไม่สูง แต่ผลของการไม่ฉีดรุนแรงกว่านั้นมาก กรมปศุสัตว์เคยรายงานว่าสุนัขที่ป่วยเป็นโรคพิษสุนัขบ้ากว่าร้อยละ 80 ไม่เคยได้รับวัคซีนมาก่อน และถ้าสุนัขที่ไม่มีประวัติวัคซีนไปกัดคน ทั้งคนที่ถูกกัดและเจ้าของจะมีภาระตามมาอีกมาก ช่วงรณรงค์แต่ละปี หน่วยงานท้องถิ่นมักจัดหน่วยฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าให้ฟรีหรือราคาถูก
อาการหลังฉีดวัคซีน
อาการที่พบได้และมักหายเองคือ เจ็บ บวม หรือแดงตรงจุดที่ฉีด มีไข้ต่ำ ๆ ซึม และกินน้อยลงในช่วงวันสองวันแรก ส่วนวัคซีนไอกรนแบบหยอดจมูกอาจทำให้จามหรือมีน้ำมูกเล็กน้อยได้ชั่วคราว ให้สุนัขพักในที่เงียบ มีน้ำให้กินตลอด และงดออกกำลังหนักในวันที่ฉีด
กลับไปหาหมอทันทีถ้ามีอาการเหล่านี้
- หน้าบวม ปากบวม ตาบวม หรือมีผื่นลมพิษขึ้นตามตัว
- อาเจียน ท้องเสีย โดยเฉพาะถ้าเกิดภายในไม่กี่นาทีถึงไม่กี่ชั่วโมงหลังฉีด
- หายใจลำบาก หายใจมีเสียงหวีด หรือหอบผิดปกติ
- อ่อนแรง ล้มตัวลง เหงือกซีดหรือออกสีม่วง หรือชัก
- ซึมหรือไม่กินอาหารนานเกิน 1–2 วัน หรือก้อนตรงจุดที่ฉีดโตขึ้นและไม่ยุบ
Pet Poison Helpline อธิบายว่าอาการแพ้วัคซีนมักเกิดภายในไม่กี่นาทีถึงไม่กี่ชั่วโมงหลังฉีด และยิ่งเกิดเร็วก็มักยิ่งรุนแรง หลายคลินิกจึงให้รอดูอาการสักพักก่อนกลับบ้าน ถ้าสุนัขเคยแพ้วัคซีนมาก่อน ให้แจ้งหมอทุกครั้ง หมออาจเลือกวัคซีนยี่ห้ออื่น แยกฉีดคนละวัน หรือให้ยาป้องกันก่อนฉีด
เตรียมตัวก่อนพาสุนัขไปฉีดวัคซีน
- เช็กว่าสุนัขแข็งแรง ถ้ามีไข้ อาเจียน ท้องเสีย หรือซึม ให้โทรบอกคลินิกก่อน หมอมักเลื่อนวัคซีนจนกว่าสุนัขจะหาย
- เตรียมสมุดวัคซีนและใบรับรองพิษสุนัขบ้า ถ้าไม่มีสมุด ให้ถ่ายรูปสติกเกอร์วัคซีนเก่าไปให้หมอดู
- ใส่ปลอกคอและสายจูงให้แน่น คลินิกมีสัตว์หลายตัว สุนัขอาจตื่นตกใจและวิ่งหนี ลูกสุนัขตัวเล็กใส่กระเป๋าหรือกล่องจะปลอดภัยกว่า อ่านวิธีเลือกสายจูงได้ที่ สายจูงสุนัข
- เล่าวิถีชีวิตของสุนัขให้หมอฟัง เช่น ออกไปเดินลุยน้ำหรือหญ้าบ่อยไหม ฝากโรงแรมหรือร้านอาบน้ำตัดขนไหม มีหนูในบ้านหรือเปล่า หมอจะใช้ข้อมูลนี้เลือกวัคซีนเสริม
- ถามเรื่องถ่ายพยาธิและป้องกันเห็บหมัด มักทำพร้อมกันได้ในการนัดเดียว
- จดวันนัดเข็มถัดไป ลงปฏิทินในมือถือทันที ลูกสุนัขที่เว้นช่วงนานเกินไปอาจต้องเพิ่มเข็ม
- หลังฉีดให้พักและสังเกตอาการ คลินิกหลายแห่งแนะนำให้เลื่อนการอาบน้ำออกไปสักระยะหลังฉีด ให้ถามหมอที่ฉีดว่าควรเว้นกี่วัน
ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ
ราคาวัคซีนสุนัขแตกต่างกันมากตามคลินิก พื้นที่ ยี่ห้อวัคซีน และขนาดตัวสุนัข ตัวอย่างเช่น โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อระบุบนเว็บไซต์ว่าวัคซีนสุนัขเริ่มต้นที่ 490 บาท และหลายคลินิกมีแพ็กเกจวัคซีนลูกสุนัขปีแรกที่รวมวัคซีนรวม 3 เข็ม พิษสุนัขบ้า 2 เข็ม และถ่ายพยาธิไว้ด้วยกัน ตัวเลขเหล่านี้เป็นค่าประมาณที่เปลี่ยนได้ตลอด ควรโทรถามราคาก่อนไป และถามด้วยว่าราคานั้นรวมค่าตรวจร่างกายหรือไม่ ส่วนวัคซีนพิษสุนัขบ้า ลองติดตามประกาศช่วงรณรงค์ของท้องถิ่นซึ่งมักฉีดให้ฟรีหรือราคาถูก
คำถามที่พบบ่อย
ลูกสุนัขฉีดวัคซีนเข็มแรกได้ตอนกี่สัปดาห์
โดยทั่วไปเริ่มวัคซีนรวมที่อายุ 6–8 สัปดาห์ แล้วฉีดซ้ำทุก 2–4 สัปดาห์จนอายุ 16 สัปดาห์หรือมากกว่า ส่วนพิษสุนัขบ้าเริ่มในช่วงอายุ 2–4 เดือนตามที่กฎหมายกำหนด
สุนัขเลี้ยงในบ้าน ต้องฉีดพิษสุนัขบ้าทุกปีไหม
ต้องฉีด กฎหมายกำหนดให้เจ้าของพาสุนัขไปฉีดตามระยะเวลาในใบรับรอง ไม่ได้ยกเว้นสุนัขที่เลี้ยงในบ้าน และสุนัขในบ้านก็อาจหลุดออกไปหรือเจอสัตว์ที่ติดเชื้อได้
วัคซีนรวมต้องฉีดทุกปีไหม
วัคซีนกลุ่มไวรัสอย่างไข้หัดและพาร์โว แนวทางสากลให้กระตุ้นทุก 3 ปีได้หลังผ่านปีแรก แต่โรคฉี่หนูและไอกรนต้องฉีดทุกปี วัคซีนรวมหลายสูตรในไทยมีโรคฉี่หนูอยู่ด้วย คลินิกจึงมักนัดทุกปี ให้คุยกับหมอว่าจะจัดตารางแบบไหน
ฉีดวัคซีนเลยกำหนดไป ต้องเริ่มใหม่ไหม
AAHA แนะนำว่าเมื่อวัคซีนเลยกำหนดหรือไม่รู้ประวัติ ในกรณีส่วนใหญ่ประโยชน์ของการฉีดมากกว่าความเสี่ยง สุนัขโตที่เคยได้ชุดแรกครบมักฉีดกระตุ้นต่อได้เลย ส่วนลูกสุนัขที่ยังไม่ครบชุดแรก หมออาจเพิ่มเข็ม
หลังฉีดวัคซีน ลูกสุนัขซึมและไม่ค่อยกิน ปกติไหม
ซึมหรือกินน้อยลงในวันสองวันแรกพบได้ แต่ถ้าอาเจียน ท้องเสีย หน้าบวม หายใจลำบาก หรือไม่ดีขึ้นใน 1–2 วัน ให้กลับไปหาหมอ ลูกสุนัขขาดน้ำได้เร็ว
ฉีดวัคซีนครบแล้วยังป่วยได้ไหม
ได้ แต่โอกาสป่วยรุนแรงลดลงมาก วัคซีนบางตัวอย่างไอกรนช่วยลดความรุนแรงมากกว่ากันการติดเชื้อได้ทั้งหมด ถ้าสุนัขมีอาการผิดปกติ ให้พาไปตรวจเหมือนเดิม และแจ้งหมอว่าฉีดวัคซีนอะไรไปเมื่อไร
แหล่งข้อมูลที่ใช้อ้างอิง
- WSAVA: 2024 Guidelines for the Vaccination of Dogs and Cats
- AAHA: 2022 AAHA Canine Vaccination Guidelines
- AAHA: Recommendations for Core and Noncore Canine Vaccines
- AAHA NEWStat: Leptospirosis vaccination recommended to be core for most dogs
- Pet Poison Helpline: Vaccine Reactions
- ราชกิจจานุเบกษา: ตัวอย่างข้อบัญญัติท้องถิ่นเรื่องการควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า พ.ศ. 2566 ออกตาม พ.ร.บ.โรคพิษสุนัขบ้า พ.ศ. 2535
- Thai PBS: กรมปศุสัตว์ชี้สุนัข 80% ที่ป่วยโรคพิษสุนัขบ้าไม่ได้ฉีดวัคซีน
- ฐานเศรษฐกิจ: กรมควบคุมโรคแนะนำฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าให้สุนัขและแมวทุกปี (มีนาคม 2025)
- โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ: การฉีดวัคซีนสัตว์เลี้ยง
บทความนี้เขียนเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปสำหรับเจ้าของสัตว์เลี้ยง ไม่สามารถใช้แทนการตรวจและคำแนะนำของสัตวแพทย์ ตารางวัคซีนและยี่ห้อวัคซีนที่เหมาะกับสุนัขแต่ละตัวควรปรึกษาคลินิกหรือโรงพยาบาลสัตว์ใกล้บ้าน ข้อกฎหมายท้องถิ่นอาจต่างกันในแต่ละพื้นที่
ความรู้การเลี้ยง
วัคซีนแมว ต้องฉีดอะไรบ้าง ตารางวัคซีนลูกแมว แมวโต และอาการหลังฉีดที่ต้องรู้
สรุปวัคซีนแมวตามแนวทาง WSAVA และ AAHA/AAFP วัคซีนหลักกับวัคซีนเสริมต่างกันอย่างไร ลูกแมวเริ่มฉีดเมื่อไร แมวโตกระตุ้นบ่อยแค่ไหน และอาการหลังฉีดแบบไหนต้องกลับไปหาหมอ
วัคซีนแมวเป็นเรื่องที่เจ้าของมือใหม่สับสนมากที่สุดเรื่องหนึ่ง เพราะแต่ละคลินิกเรียกชื่อวัคซีนต่างกัน บางที่บอกว่า 3 โรค บางที่บอก 4 โรค และยังมีวัคซีนลิวคีเมียกับพิษสุนัขบ้าแยกออกไปอีก หลักที่ควรจำไว้คือ วัคซีนแบ่งเป็น วัคซีนหลัก (core) ที่แมวทุกตัวควรได้ และ วัคซีนเสริม (non-core) ที่ฉีดตามความเสี่ยงของแมวแต่ละตัว บทความนี้สรุปจากแนวทางของ WSAVA ปี 2024 และ AAHA/AAFP ปี 2020 ว่าลูกแมวควรเริ่มฉีดเมื่อไร ฉีดกี่เข็ม แมวโตต้องกระตุ้นบ่อยแค่ไหน และสิ่งที่ต้องสังเกตหลังฉีด
อัปเดต 15 ตุลาคม 2026 · เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัย ตารางวัคซีนของแมวแต่ละตัวควรวางแผนร่วมกับสัตวแพทย์
สรุปสั้น
- วัคซีนหลักไข้หัดแมว (FPV) และหวัดแมวจากเชื้อ FHV-1 กับ FCV ส่วนในไทยต้องนับพิษสุนัขบ้าเป็นวัคซีนหลักด้วย
- ลูกแมวเริ่มวัคซีนรวมเมื่ออายุ 6–8 สัปดาห์ ฉีดซ้ำทุก 3–4 สัปดาห์ จนเข็มสุดท้ายตกที่อายุ 16 สัปดาห์หรือมากกว่า แล้วกระตุ้นอีกครั้งราวอายุ 6 เดือนถึง 1 ปีตามที่หมอแนะนำ
- ลิวคีเมีย (FeLV)แนะนำในแมวอายุต่ำกว่า 1 ปี และแมวโตที่ออกนอกบ้านหรืออยู่กับแมวที่ไม่รู้สถานะ ต้องตรวจเลือดก่อนฉีด
- แมวโตวัคซีนรวมกระตุ้นตามความเสี่ยง บางตัวทุก 3 ปี บางตัวถี่กว่านั้น ส่วนพิษสุนัขบ้าในไทยแนะนำทุกปี
ทำไมแมวเลี้ยงในบ้านก็ต้องฉีดวัคซีน
หลายคนคิดว่าแมวที่ไม่เคยออกนอกบ้านไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีน แต่เชื้อไข้หัดแมว (feline panleukopenia virus หรือ FPV) ทนทานในสิ่งแวดล้อมได้นาน และติดมากับรองเท้า เสื้อผ้า หรือมือของคนได้ ส่วนเชื้อหวัดแมวพบได้บ่อยมากในแมวทั่วไป แมวที่หายป่วยแล้วหลายตัวยังเป็นพาหะและแพร่เชื้อต่อได้ ไข้หัดแมวรุนแรงมากในลูกแมว และหวัดแมวทำให้แมวไม่ยอมกินอาหารได้หลายวัน ซึ่งเป็นอันตรายในตัวเองอยู่แล้ว อ่านเพิ่มได้ที่ แมวไม่กินข้าว อันตรายแค่ไหน
อีกเหตุผลที่สำคัญสำหรับคนไทยคือโรคพิษสุนัขบ้า ไทยยังพบโรคนี้ในสัตว์อยู่ และแมวก็เป็นโรคนี้และแพร่สู่คนได้เหมือนสุนัข WSAVA ระบุว่าในประเทศที่ยังมีโรคพิษสุนัขบ้า วัคซีนพิษสุนัขบ้าควรถือเป็นวัคซีนจำเป็นทั้งในสุนัขและแมว กรมควบคุมโรคก็รณรงค์ให้เจ้าของพาทั้งสุนัขและแมวไปฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าเป็นประจำทุกปี
วัคซีนหลักและวัคซีนเสริม ต่างกันอย่างไร
แนวทางของ WSAVA ปี 2024 และ AAHA/AAFP ปี 2020 แบ่งวัคซีนแมวคล้ายกัน คือวัคซีนหลักเป็นวัคซีนสำหรับโรคที่รุนแรงและพบได้กว้าง แมวทุกตัวควรได้รับ ส่วนวัคซีนเสริมขึ้นกับว่าแมวตัวนั้นใช้ชีวิตแบบไหน ออกนอกบ้านหรือเปล่า อยู่กับแมวกี่ตัว และต้องฝากเลี้ยงบ่อยไหม
| วัคซีน | ป้องกันโรค | กลุ่ม | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| FPV | ไข้หัดแมว หรือลำไส้อักเสบติดต่อในแมว | หลัก | อยู่ในวัคซีนรวมทุกสูตร |
| FHV-1 | หวัดแมวจากเชื้อเฮอร์ปีส์ ทำให้จาม น้ำมูก ตาอักเสบ | หลัก | วัคซีนช่วยลดความรุนแรง แต่กันการติดเชื้อไม่ได้ทั้งหมด |
| FCV | หวัดแมวจากเชื้อคาลิซิไวรัส ทำให้มีแผลในปาก | หลัก | เหมือน FHV-1 คือช่วยให้ป่วยน้อยลง |
| Rabies | พิษสุนัขบ้า | หลักในไทย | ไทยยังเป็นพื้นที่ที่มีโรค จึงควรฉีดทุกตัว |
| FeLV | ลิวคีเมียแมว | หลักในแมวอายุต่ำกว่า 1 ปี / เสริมในแมวโต | ตรวจเลือดก่อนฉีด แมวที่ติดเชื้อแล้วฉีดไปก็ไม่ช่วย |
| Chlamydia felis | เยื่อบุตาอักเสบจากคลาไมเดีย | เสริม | วัคซีนรวมบางสูตรที่เรียกว่า 4 โรคมักรวมตัวนี้ไว้ |
เมื่อคลินิกในไทยพูดว่า “วัคซีนรวม 3 โรค” มักหมายถึง FPV, FHV-1 และ FCV ส่วน “4 โรค” มักเพิ่มคลาไมเดียเข้ามา ถ้าไม่แน่ใจ ให้ถามหมอตรง ๆ ว่าในเข็มนั้นมีอะไรบ้าง และขอดูสติกเกอร์วัคซีนในสมุดประจำตัวแมว
เรื่องลิวคีเมีย ทั้ง WSAVA และ AAHA/AAFP ให้น้ำหนักกับแมวอายุน้อย เพราะแมวอายุน้อยติดเชื้อได้ง่ายกว่าแมวโต WSAVA ระบุว่าในพื้นที่ที่มีโรคนี้ วัคซีน FeLV ควรถือเป็นวัคซีนหลักสำหรับแมวอายุต่ำกว่า 1 ปี และสำหรับแมวโตที่ออกนอกบ้านหรือสัมผัสแมวที่ออกนอกบ้าน ก่อนฉีดต้องตรวจเลือดหาเชื้อก่อน เพราะถ้าแมวติดเชื้ออยู่แล้ว วัคซีนจะไม่ช่วยอะไร และเจ้าของควรรู้สถานะเพื่อดูแลต่อให้ถูก
ตารางวัคซีนลูกแมว
ลูกแมวได้ภูมิคุ้มกันจากน้ำนมแม่ช่วงแรกของชีวิต ภูมินี้ช่วยป้องกันโรค แต่ก็ไปขัดวัคซีนด้วย และลดลงไม่พร้อมกันในลูกแมวแต่ละตัว จึงต้องฉีดซ้ำหลายเข็มจนพ้นช่วงที่ภูมิจากแม่อาจยังเหลืออยู่ นี่คือเหตุผลที่เข็มสุดท้ายของชุดแรกต้องตกที่อายุ 16 สัปดาห์หรือมากกว่า ตารางด้านล่างเป็นภาพรวมตามแนวทางสากล คลินิกแต่ละแห่งอาจปรับตามยี่ห้อวัคซีนและสุขภาพของลูกแมว
| อายุ | วัคซีน | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| 6–8 สัปดาห์ | วัคซีนรวมเข็มแรก | AAHA/AAFP ระบุว่าไม่ควรเริ่มก่อน 6 สัปดาห์ หมอมักตรวจร่างกายและวางแผนถ่ายพยาธิไปด้วย |
| ทุก 3–4 สัปดาห์หลังจากนั้น | วัคซีนรวมเข็มถัดไป | ฉีดต่อจนเข็มสุดท้ายตกที่อายุ 16 สัปดาห์หรือมากกว่า (AAHA/AAFP ใช้ช่วง 16–20 สัปดาห์) |
| ตั้งแต่ 8 สัปดาห์ | ลิวคีเมีย 2 เข็ม ห่างกัน 3–4 สัปดาห์ | ตรวจเลือดหาเชื้อ FeLV ก่อน |
| ราว 3 เดือนขึ้นไป | พิษสุนัขบ้า | อายุที่ฉีดได้ขึ้นกับฉลากของวัคซีนแต่ละยี่ห้อ ถามหมอว่าคลินิกใช้ตัวไหน |
| ราว 6 เดือน | วัคซีนรวมกระตุ้น | WSAVA แนะนำที่ 26 สัปดาห์ขึ้นไป AAHA/AAFP ให้พิจารณาที่ 6 เดือน เพื่อปิดช่องว่างในลูกแมวที่ตอบสนองต่อเข็ม 16 สัปดาห์ไม่ดี บางคลินิกยังกระตุ้นที่อายุ 1 ปี |
| 1 ปีหลังเข็มสุดท้าย | ลิวคีเมียกระตุ้น | หลังจากนั้นฉีดต่อหรือไม่ ขึ้นกับความเสี่ยง |
ถ้ารับลูกแมวมาตอนอายุเกิน 16 สัปดาห์แล้วและยังไม่เคยฉีดวัคซีน หมอมักให้วัคซีนรวม 2 เข็มห่างกัน 3–4 สัปดาห์ ไม่ต้องย้อนไปฉีดครบทุกเข็มแบบลูกแมวเล็ก
ลูกแมวที่ยังฉีดไม่ครบ
- ยังไม่ควรให้คลุกคลีกับแมวที่ไม่รู้ประวัติ หรือพาไปที่ที่มีแมวจำนวนมาก
- ถ้ารับลูกแมวจรเข้าบ้านที่มีแมวอยู่แล้ว ให้แยกห้องไว้ก่อน และพาไปตรวจสุขภาพก่อนให้อยู่ร่วมกัน
- ล้างมือหลังจับแมวตัวอื่น โดยเฉพาะถ้าเพิ่งไปที่ที่มีแมวป่วย
แมวโตและแมวที่ไม่รู้ประวัติวัคซีน
หลังจากลูกแมวได้วัคซีนรวมครบชุดและกระตุ้นแล้ว แนวทางของ AAHA/AAFP แนะนำให้กระตุ้นวัคซีนรวมแบบฉีดทุก 3 ปีในแมวทั่วไป ส่วน WSAVA ย้ำว่าวัคซีนหลักในแมวโตไม่ควรฉีดถี่เกินจำเป็น เพราะวัคซีนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ให้ภูมิคุ้มกันได้นานหลายปี อย่างไรก็ตาม คลินิกในไทยหลายแห่งยังนัดฉีดวัคซีนรวมทุกปี ซึ่งอาจมาจากยี่ห้อวัคซีนที่ใช้ หรือความเสี่ยงของแมวตัวนั้น เช่น อยู่บ้านที่มีแมวหลายตัว ฝากโรงแรมแมวบ่อย หรือออกนอกบ้าน ทางที่ดีที่สุดคือคุยกับหมอว่าแมวของเราเสี่ยงแค่ไหน แล้วตกลงตารางร่วมกัน
วัคซีนพิษสุนัขบ้าต่างจากวัคซีนรวม ในไทยกรมควบคุมโรคแนะนำให้ฉีดทุกปี ข้อบัญญัติท้องถิ่นหลายแห่งก็กำหนดให้ฉีดตามระยะเวลาในใบรับรองการฉีดวัคซีน จึงควรนัดฉีดพิษสุนัขบ้าทุกปีไว้ก่อน เว้นแต่หมอแนะนำเป็นอย่างอื่น
ส่วนลิวคีเมียในแมวโต AAHA/AAFP แนะนำให้ฉีดกระตุ้นทุกปีในแมวที่เสี่ยงสูง เช่น อยู่กับแมวที่ติดเชื้อหรือแมวที่ไม่รู้สถานะ และพิจารณาทุก 2 ปีในแมวที่เสี่ยงน้อยกว่า แมวที่อยู่ในบ้านตลอดและไม่เจอแมวตัวอื่นเลยอาจไม่จำเป็นต้องฉีดต่อ
สำหรับแมวโตที่รับมาเลี้ยงและไม่รู้ประวัติวัคซีน Cornell Feline Health Center แนะนำให้ถือว่าแมวยังไม่เคยได้วัคซีน และเริ่มชุดใหม่ ส่วนแมวที่เคยฉีดแต่ขาดไปนาน Cornell ระบุว่าควรได้รับวัคซีนกระตุ้น ไม่ว่าจะห่างจากเข็มล่าสุดมานานเท่าไร ไม่จำเป็นต้องกังวลว่าขาดไปแล้วจะต้องเริ่มใหม่หมดเสมอไป ให้หมอดูสมุดวัคซีนแล้วตัดสินใจ
อาการหลังฉีดวัคซีน อะไรปกติ อะไรต้องกลับไปหาหมอ
แนวทาง AAHA/AAFP ระบุว่าอาการที่พบได้หลังฉีดคือ ซึม กินน้อยลง และมีไข้ได้ในช่วงไม่กี่วันหลังฉีด รวมถึงมีการอักเสบบริเวณที่ฉีด อาการแบบนี้มักดีขึ้นเอง ให้แมวพักในที่เงียบ มีน้ำและอาหารให้พร้อม ส่วนอาการแพ้รุนแรงพบไม่บ่อย แนวทางเดียวกันประมาณว่าภาวะแพ้เฉียบพลันพบราว 1–5 ครั้งต่อการฉีด 10,000 ครั้ง
กลับไปหาหมอทันทีถ้ามีอาการเหล่านี้
- อาเจียน ท้องเสีย โดยเฉพาะถ้าเกิดภายในไม่กี่นาทีถึงไม่กี่ชั่วโมงหลังฉีด
- หน้าบวม ตาบวม ปากบวม หรือมีผื่นลมพิษ
- หายใจลำบาก หอบ หายใจทางปาก
- อ่อนแรงมาก ล้มตัวลง เหงือกซีดหรือม่วง
- ซึมหรือไม่กินอาหารนานเกิน 1–2 วัน
Pet Poison Helpline อธิบายว่าอาการแพ้วัคซีนมักเกิดภายในไม่กี่นาทีถึงไม่กี่ชั่วโมง และยิ่งเกิดเร็วก็มักยิ่งรุนแรง หลายคลินิกจึงให้รอดูอาการที่คลินิกสักพักหลังฉีด ถ้าแมวเคยมีอาการแพ้วัคซีนมาก่อน ต้องแจ้งหมอทุกครั้งก่อนฉีด
อีกเรื่องที่ควรรู้คือก้อนบริเวณที่ฉีด ก้อนเล็ก ๆ ที่เกิดหลังฉีดแล้วค่อย ๆ ยุบไปเป็นเรื่องที่พบได้ แต่มีโอกาสน้อยที่จะเกิดเนื้องอกชนิดร้ายตรงจุดที่ฉีด (feline injection-site sarcoma) AAHA/AAFP จึงแนะนำให้ฉีดที่ขาส่วนปลาย และไม่แนะนำให้ฉีดบริเวณระหว่างสะบัก และใช้หลัก 3-2-1 คือ ควรให้หมอตรวจชิ้นเนื้อถ้าก้อนยังอยู่ครบ 3 เดือนหลังฉีด ใหญ่กว่า 2 เซนติเมตร หรือยังโตขึ้นหลังฉีดไปแล้ว 1 เดือน เจ้าของควรจดไว้ว่าแต่ละเข็มฉีดที่ตำแหน่งไหน
เตรียมตัวก่อนพาแมวไปฉีดวัคซีน
- ให้แมวแข็งแรงก่อน ถ้าแมวกำลังมีน้ำมูก ท้องเสีย ซึม หรือไม่กินอาหาร ให้โทรถามคลินิกก่อน หมออาจเลื่อนวัคซีนออกไปจนกว่าแมวจะหาย
- เตรียมสมุดวัคซีนหรือรูปสติกเกอร์วัคซีนเก่า หมอจะได้รู้ว่าเคยฉีดอะไรไปบ้าง ฉีดเมื่อไร และใช้ยี่ห้ออะไร
- ใช้กระเป๋าหรือกล่องใส่แมวที่ปิดมิดชิด อย่าอุ้มแมวเข้าคลินิกด้วยมือเปล่า แมวตกใจง่ายและหลุดมือได้ วางกระเป๋าไว้ในบ้านล่วงหน้าหลายวันให้แมวคุ้น อ่านวิธีเลือกได้ที่ กระเป๋าใส่แมว
- จดเรื่องที่อยากถาม เช่น แมวออกนอกบ้านไหม มีแมวในบ้านกี่ตัว จะฝากเลี้ยงหรือเดินทางเร็ว ๆ นี้ไหม ข้อมูลนี้ช่วยให้หมอเลือกวัคซีนเสริมได้ตรงกับความเสี่ยง
- ถามเรื่องตรวจเลือด FeLV ถ้าวางแผนจะฉีดลิวคีเมีย หรือรับแมวใหม่เข้าบ้านที่มีแมวอยู่แล้ว
- ถามวันนัดเข็มถัดไปให้ชัด แล้วจดลงปฏิทินในมือถือทันที ลูกแมวที่ฉีดเว้นช่วงนานเกินไปอาจต้องเพิ่มเข็ม
- หลังฉีดให้แมวพัก งดเล่นหนักในวันนั้น เตรียมน้ำและอาหารให้พร้อม สังเกตอาการตามกล่องด้านบน และคลำจุดที่ฉีดในวันถัด ๆ ไป
ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ
ราคาวัคซีนแมวในไทยต่างกันมากตามคลินิก พื้นที่ และยี่ห้อวัคซีน บทความของธนาคารกรุงศรีอยุธยาปี 2023 ประเมินว่าค่าวัคซีนแมวปีแรกอยู่ราว 2,000–3,000 บาท และปีต่อ ๆ ไปราว 1,000–2,000 บาทต่อปี ตัวเลขนี้เป็นค่าประมาณเท่านั้น ยังไม่รวมค่าตรวจเลือด FeLV ค่าถ่ายพยาธิ หรือค่ายาป้องกันเห็บหมัด ควรโทรถามราคาที่คลินิกก่อนไป บางแห่งมีแพ็กเกจวัคซีนลูกแมวรวมหลายเข็ม ส่วนวัคซีนพิษสุนัขบ้า หน่วยงานท้องถิ่นมักจัดหน่วยฉีดให้ฟรีหรือราคาถูกในช่วงรณรงค์ ลองติดตามประกาศของเทศบาลหรือ อบต. ในพื้นที่
คำถามที่พบบ่อย
แมวเลี้ยงในบ้านอย่างเดียว ต้องฉีดวัคซีนไหม
ควรฉีดวัคซีนหลัก เพราะเชื้อไข้หัดแมวติดมากับคนและสิ่งของได้ และในไทยยังควรฉีดพิษสุนัขบ้าด้วย ส่วนวัคซีนเสริมอย่างลิวคีเมียในแมวโต อาจไม่จำเป็นถ้าแมวไม่เคยเจอแมวตัวอื่นเลย ให้คุยกับหมอเรื่องความเสี่ยง
ลูกแมวฉีดวัคซีนเข็มแรกได้ตอนกี่สัปดาห์
โดยทั่วไปเริ่มที่อายุ 6–8 สัปดาห์ แนวทาง AAHA/AAFP ระบุว่าวัคซีนรวมแบบฉีดไม่ควรเริ่มก่อน 6 สัปดาห์ จากนั้นฉีดซ้ำทุก 3–4 สัปดาห์จนอายุ 16 สัปดาห์หรือมากกว่า
ฉีดวัคซีนเลยกำหนดไปหลายเดือน ต้องเริ่มใหม่ไหม
ในแมวโตที่เคยได้วัคซีนครบแล้ว มักฉีดกระตุ้นต่อได้เลย ส่วนลูกแมวที่ยังฉีดชุดแรกไม่ครบ หมออาจเพิ่มเข็ม ให้นำสมุดวัคซีนไปให้หมอดูแล้วตัดสินใจ
หลังฉีดวัคซีน อาบน้ำแมวได้เมื่อไร
ไม่มีข้อกำหนดตายตัวในแนวทางสากล แต่คลินิกหลายแห่งแนะนำให้เว้นไปสักระยะ เพราะแมวอาจมีไข้หรือเพลียในช่วงไม่กี่วันแรก ให้ถามหมอที่ฉีดให้ ส่วนใหญ่แมวไม่จำเป็นต้องอาบน้ำบ่อยอยู่แล้ว
แมวซึมหลังฉีดวัคซีน ปกติไหม
ซึม กินน้อย หรือมีไข้ต่ำ ๆ ในช่วงไม่กี่วันหลังฉีดพบได้ แต่ถ้าอาเจียน หน้าบวม หายใจลำบาก หรือซึมและไม่กินนานเกิน 1–2 วัน ให้กลับไปหาหมอ ถ้าแมวอาเจียนบ่อย อ่านเพิ่มได้ที่ แมวอาเจียน
แมวท้องหรือกำลังป่วย ฉีดวัคซีนได้ไหม
ต้องให้หมอตัดสินใจ วัคซีนเชื้อเป็นบางชนิดไม่เหมาะกับแมวตั้งท้อง และแมวที่ป่วยอยู่อาจสร้างภูมิได้ไม่ดี หมอมักเลื่อนวัคซีนจนกว่าแมวจะพร้อม
แหล่งข้อมูลที่ใช้อ้างอิง
- WSAVA: 2024 Guidelines for the Vaccination of Dogs and Cats
- AAHA: 2020 AAHA/AAFP Feline Vaccination Guidelines
- 2020 AAHA/AAFP Feline Vaccination Guidelines (ฉบับเต็ม PDF)
- Cornell Feline Health Center: Feline Vaccines, Benefits and Risks
- Pet Poison Helpline: Vaccine Reactions
- ฐานเศรษฐกิจ: กรมควบคุมโรคแนะนำฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าให้สุนัขและแมวทุกปี (มีนาคม 2025)
- Krungsri Plearn Plearn: ค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงแมว (ค่าวัคซีนโดยประมาณ)
บทความนี้เขียนเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปสำหรับเจ้าของสัตว์เลี้ยง ไม่สามารถใช้แทนการตรวจและคำแนะนำของสัตวแพทย์ ตารางวัคซีนและยี่ห้อวัคซีนที่เหมาะกับแมวแต่ละตัวควรปรึกษาคลินิกหรือโรงพยาบาลสัตว์ใกล้บ้าน
-
ความรู้การเลี้ยง1 สัปดาห์ agoแมวไม่กินข้าว เกิดจากอะไร อาการแบบไหนต้องไปหาหมอทันที และทำอะไรได้ที่บ้าน
-
ของใช้แมว1 สัปดาห์ agoที่ให้อาหารแมวอัตโนมัติ ยี่ห้อไหนดี 2026 เทียบ 7 รุ่น ตั้งเวลา มีกล้อง อาหารเปียก และแบบไม่ใช้ไฟ
-
สัตว์เลี้ยงอื่น ๆ1 สัปดาห์ agoอาหารกระต่าย ยี่ห้อไหนดี 2026 เทียบ 7 ตัว ทั้งอาหารเม็ดและหญ้าทิโมธี พร้อมวิธีให้ตามสัดส่วนที่สัตวแพทย์แนะนำ
-
ความรู้การเลี้ยง7 วัน agoวัคซีนแมว ต้องฉีดอะไรบ้าง ตารางวัคซีนลูกแมว แมวโต และอาการหลังฉีดที่ต้องรู้
-
ของใช้สุนัข7 วัน agoสายจูงสุนัข แบบไหนดี 2026 เทียบ 6 แบบ ทั้งสายจูงไนลอน สายรัดอก สายจูงยืดหด และสายคล้องเอว พร้อมวิธีเลือกให้ปลอดภัย
-
ของใช้แมว7 วัน agoคอนโดแมว ยี่ห้อไหนดี 2026 เทียบ 6 รุ่น ตั้งแต่ไซซ์มินิถึงสูง 1.7 เมตร เลือกตามจำนวนแมว ขนาดห้อง และความมั่นคง
-
ของใช้สุนัข1 สัปดาห์ agoที่นอนสุนัข ยี่ห้อไหนดี 2026 เทียบ 6 แบบ เบาะนุ่ม เมมโมรี่โฟม และเปลยกพื้นสำหรับอากาศร้อน
-
ของใช้แมว1 สัปดาห์ agoกรงแมว ยี่ห้อไหนดี 2026 เทียบ 6 รุ่น 3 ชั้น ขนาดใหญ่ เลือกไซซ์ตามจำนวนแมว และใช้กรงแค่ไหนถึงพอดี
