ความรู้การเลี้ยง
แมวติดสัด อาการเป็นอย่างไร นานกี่วัน และวิธีดูแลให้ผ่านช่วงนี้ไปอย่างปลอดภัย
สรุปอาการแมวติดสัด ระยะเวลาแต่ละรอบ ทำไมแมวในไทยติดสัดบ่อย วิธีดูแลที่บ้าน เหตุผลที่ไม่ควรฉีดยาคุมเอง อาการที่ไม่ใช่การติดสัด และการทำหมันระหว่างติดสัด
แมวติดสัดเป็นเรื่องที่คนเลี้ยงแมวตัวเมียที่ยังไม่ทำหมันต้องเจอแน่นอน แมวที่เคยเงียบอาจร้องเสียงดังทั้งคืน คลานต่ำ ยกก้น ถูตัวกับทุกอย่าง และพยายามหนีออกนอกบ้าน หลายคนตกใจคิดว่าแมวเจ็บปวด แต่ส่วนใหญ่เป็นพฤติกรรมตามธรรมชาติ ปัญหาจริงคือแมวในไทยติดสัดได้บ่อยเกือบทั้งปี และถ้าได้ผสมก็ตั้งท้องได้ง่ายมาก บทความนี้อธิบายอาการแมวติดสัด ระยะเวลา วิธีดูแลให้แมวและคนในบ้านผ่านช่วงนี้ไปได้ อาการแบบไหนไม่ใช่การติดสัดและต้องไปหาหมอ และทางเลือกระยะยาวที่สัตวแพทย์แนะนำ
อัปเดต 24 ตุลาคม 2026 · เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัย ถ้าแมวมีอาการผิดปกติให้ปรึกษาสัตวแพทย์
สรุปสั้น
- อาการที่พบบ่อยร้องเสียงดังยาว ๆ ถูตัว กลิ้งไปมา คลานต่ำแล้วยกก้น ปัดหางไปข้างหนึ่ง อยากออกนอกบ้าน บางตัวฉี่บ่อยหรือฉี่พ่น
- นานแค่ไหนแต่ละรอบมักนานราว 4–7 วัน ถ้าไม่ได้ผสมจะกลับมาติดสัดใหม่ได้ใน 2–3 สัปดาห์
- ระหว่างนี้ปิดบ้านให้มิดชิด แยกจากแมวตัวผู้ที่ยังไม่ทำหมัน เล่นกับแมวให้เหนื่อย และอย่าให้ยาคุมหรือยาของคนเอง
- ทางแก้ระยะยาวทำหมัน ซึ่งหยุดการติดสัดและป้องกันการตั้งท้องที่ไม่ได้วางแผน คุยกับสัตวแพทย์เรื่องจังหวะที่เหมาะ
แมวติดสัดคืออะไร เริ่มเมื่อไร
การติดสัด (estrus หรือที่ฝั่งอังกฤษเรียกว่า in season หรือ calling) คือช่วงที่แมวตัวเมียพร้อมผสมพันธุ์ ฮอร์โมนเพศขึ้นสูง ทำให้พฤติกรรมเปลี่ยนไปชัดเจน แมวส่วนใหญ่เริ่มติดสัดครั้งแรกเมื่ออายุราว 4–6 เดือน แต่ต่างกันได้ตามแต่ละตัว สายพันธุ์ และช่วงเวลาของปี ลูกแมวที่ดูยังตัวเล็กก็อาจติดสัดและตั้งท้องได้แล้ว
การติดสัดของแมวขึ้นกับความยาวของช่วงกลางวัน ในประเทศเขตหนาวแมวจึงติดสัดเป็นฤดู คือช่วงฤดูใบไม้ผลิถึงฤดูใบไม้ร่วง ส่วนประเทศไทยมีแสงแดดยาวเกือบทั้งปี สัตวแพทย์ไทยอธิบายว่าแมวในเขตร้อนจึงติดสัดได้บ่อยกว่า โดยเฉพาะช่วงหน้าร้อน แมวที่เลี้ยงในบ้านซึ่งเปิดไฟทั้งวันก็อาจติดสัดได้ตลอดปีเช่นกัน
อีกเรื่องที่ควรรู้คือแมว ตกไข่เมื่อได้รับการผสม (induced ovulator) ไม่ได้ตกไข่เองเป็นรอบแบบคน การผสมจึงกระตุ้นให้ตกไข่ และยิ่งผสมหลายครั้งในช่วงติดสัดก็ยิ่งมีโอกาสตั้งท้องสูง นี่คือเหตุผลที่แมวที่หลุดออกไปนอกบ้านแค่คืนเดียวก็กลับมาพร้อมท้องได้
อาการแมวติดสัด
อาการต่างกันไปในแต่ละตัว บางตัวแสดงชัดมาก บางตัวแค่ออดอ้อนกว่าปกติ อาการที่พบบ่อยมีดังนี้
- ร้องเสียงดังและยาว เป็นเสียงครางต่ำหรือร้องโหยหวน มักร้องตอนกลางคืน เป็นการเรียกแมวตัวผู้
- ออดอ้อนมากกว่าปกติ ถูหัวและตัวกับคน เฟอร์นิเจอร์ ประตู หรือสัตว์ตัวอื่น
- กลิ้งไปมาบนพื้น นอนหงายบิดตัว
- คลานต่ำแล้วยกก้นสูง เวลาลูบหลังหรือโคนหาง แมวจะย่อตัวลง ยกสะโพก ย่ำเท้าหลัง และปัดหางไปด้านข้าง เป็นท่าพร้อมผสม
- อยากออกนอกบ้าน นั่งเฝ้าประตู หน้าต่าง หรือพยายามวิ่งสวนออกไปเมื่อเปิดประตู
- ฉี่บ่อยขึ้น หรือฉี่พ่นตามผนัง เพื่อทิ้งกลิ่นดึงดูดตัวผู้
- เลียบริเวณอวัยวะเพศบ่อย
- มีแมวตัวผู้มาวนเวียนรอบบ้าน ส่งเสียงร้องหรือต่อสู้กันตอนกลางคืน
แมวติดสัดมักไม่มีเลือดออกให้เห็นเหมือนสุนัข ถ้าเห็นเลือดหรือหนองออกจากอวัยวะเพศ หรือมีเลือดในฉี่ ไม่ใช่อาการติดสัดตามปกติ ให้พาไปตรวจ
ติดสัดนานกี่วัน และบ่อยแค่ไหน
วงรอบการเป็นสัดของแมวแบ่งเป็นหลายระยะ ข้อมูลจากสัตวแพทย์สรุปได้ตามตารางนี้
| ระยะ | ระยะเวลาโดยประมาณ | สิ่งที่เห็น |
|---|---|---|
| ก่อนติดสัด (proestrus) | 1–2 วัน | เริ่มออดอ้อน ถูตัวมากขึ้น แต่ยังไม่ยอมให้ตัวผู้ผสม |
| ติดสัด (estrus) | ส่วนใหญ่ 4–7 วัน (อยู่ในช่วง 2–10 วันได้) | ร้อง กลิ้ง ยกก้น ยอมให้ผสม เป็นช่วงที่ตั้งท้องได้ |
| ช่วงพักระหว่างรอบ (interestrus) | ราว 2–3 สัปดาห์ | กลับมาเป็นปกติ ถ้าไม่ได้ผสมจะวนกลับไปติดสัดใหม่ |
| หลังผสม (diestrus) | ราว 2 เดือน | ถ้าตั้งท้อง แมวท้องราว 60–65 วัน |
| ช่วงหยุดพัก (anestrus) | หลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน | ไม่ติดสัด ในแมวเขตร้อนช่วงนี้อาจสั้น |
สิ่งที่ทำให้เจ้าของเหนื่อยคือ แมวที่ไม่ได้ผสมจะติดสัดซ้ำทุก 2–3 สัปดาห์ หมายความว่าในเดือนหนึ่งแมวอาจร้องทั้งคืนอยู่ราวหนึ่งสัปดาห์ แล้ววนกลับมาใหม่ไปเรื่อย ๆ ตลอดช่วงที่ติดสัด
แมวตัวผู้ติดสัดไหม
แมวตัวผู้ไม่มีวงรอบติดสัดแบบตัวเมีย แต่ตัวผู้ที่ยังไม่ทำหมันพร้อมผสมได้ตลอด และจะตอบสนองเมื่อได้กลิ่นตัวเมียที่ติดสัด อาการที่เจ้าของเห็นคือร้องเสียงดัง ฉี่พ่นทำเครื่องหมายอาณาเขต กระวนกระวาย พยายามหนีออกจากบ้าน และต่อสู้กับตัวผู้ตัวอื่นจนได้แผล ถ้าบ้านคุณเลี้ยงตัวผู้ที่ยังไม่ทำหมัน พฤติกรรมเหล่านี้จะชัดขึ้นเมื่อมีตัวเมียติดสัดในละแวกนั้น
ดูแลแมวติดสัดที่บ้าน
ช่วงติดสัดเป็นเรื่องปกติและจะผ่านไปเอง สิ่งที่ทำได้คือป้องกันการตั้งท้อง ลดความเครียด และดูแลความปลอดภัย
- ปิดบ้านให้มิดชิด ตรวจหน้าต่าง มุ้งลวด ประตูระเบียง และช่องว่างต่าง ๆ แมวติดสัดจะพยายามออกไปมากกว่าปกติ ระวังตอนเปิดประตูเข้าออก
- แยกจากแมวตัวผู้ที่ยังไม่ทำหมัน ถ้าบ้านเดียวกันมีทั้งตัวผู้และตัวเมีย ให้แยกห้องจนกว่าจะพ้นช่วงติดสัด หรือจนกว่าจะทำหมันทั้งคู่
- เล่นกับแมวให้ได้ใช้พลังงาน ใช้ไม้ตกแมวหรือของเล่นที่แมวได้วิ่งไล่ วันละหลายรอบสั้น ๆ ช่วยให้แมวเหนื่อยและนอนได้มากขึ้น ดูไอเดียได้ที่ ของเล่นแมว
- ให้ความสนใจตามที่แมวต้องการ แมวติดสัดมักอยากให้ลูบ อุ้ม หรืออยู่ใกล้ ๆ การได้ใกล้ชิดเจ้าของช่วยให้สงบลงได้บ้าง
- จัดมุมพักที่เงียบและสบาย มีที่นอน ที่ซ่อน และมุมสูงให้ปีน อยู่ห่างจากหน้าต่างที่มองเห็นแมวตัวผู้ข้างนอก
- ทำความสะอาดกระบะทรายบ่อยขึ้น แมวบางตัวฉี่บ่อยหรือฉี่พ่นช่วงนี้ ใช้น้ำยาทำความสะอาดที่ขจัดกลิ่นฉี่ได้จริง เพื่อไม่ให้แมวกลับมาฉี่จุดเดิม
- จดวันที่เริ่มและวันที่หยุด ข้อมูลนี้ช่วยสัตวแพทย์วางแผนทำหมัน และช่วยให้คุณรู้ว่าอาการผิดปกติหรือเปล่า
เคล็ดลับเรื่องเสียงร้องตอนกลางคืน
ให้แมวเล่นจนเหนื่อยช่วงหัวค่ำแล้วตามด้วยมื้ออาหาร แมวมักนอนต่อหลังกิน ช่วยลดเสียงร้องตอนดึกได้บ้าง แต่ไม่ได้ทำให้หยุดร้อง เพราะเป็นพฤติกรรมจากฮอร์โมน อย่าดุหรือตีแมวเพราะร้อง แมวไม่ได้ตั้งใจทำผิด และจะยิ่งเครียด
สิ่งที่ไม่ควรทำ
- อย่าซื้อยาคุมหรือฉีดยาคุมเอง สัตวแพทย์ไม่แนะนำการใช้ยาคุมกำเนิดเป็นประจำ เพราะเสี่ยงมดลูกอักเสบเป็นหนอง และถ้าแมวท้องอยู่แล้ว อาจคลอดไม่ได้และลูกตายในท้อง Merck Veterinary Manual ระบุว่าผลข้างเคียงของการใช้ยากดการติดสัดยังรวมถึงเบาหวานและมะเร็งเต้านม
- อย่าให้ยานอนหลับหรือยาแก้ปวดของคน ยาของคนหลายชนิดเป็นพิษต่อแมวแม้ในขนาดน้อย
- อย่าปล่อยแมวออกไป “ให้หายเอง” แมวที่ออกไปช่วงติดสัดมีโอกาสสูงมากที่จะตั้งท้อง ถูกแมวตัวผู้ไล่ ได้แผลจากการต่อสู้ หรือหลงหาย
- อย่าเชื่อว่าต้องให้แมวมีลูกก่อนสักครอกจึงจะดี ความเชื่อนี้ไม่มีหลักฐานรองรับ สัตวแพทย์ระบุว่าเป็นความเข้าใจผิด
อาการที่ไม่ใช่การติดสัด ต้องไปหาหมอ
บางครั้งเจ้าของคิดว่าแมวติดสัด แต่จริง ๆ แล้วแมวไม่สบาย ถ้ามีอาการต่อไปนี้ให้พาไปพบสัตวแพทย์
อาการที่ควรพาไปตรวจ
- มีเลือด หนอง หรือของเหลวกลิ่นเหม็นไหลจากอวัยวะเพศ
- ซึม ไม่กินอาหาร มีไข้ อาเจียน หรือท้องโตผิดปกติ โดยเฉพาะในแมวที่ไม่ได้ทำหมันและเพิ่งพ้นช่วงติดสัด อาจเป็นมดลูกอักเสบเป็นหนองซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉิน
- เข้ากระบะบ่อย เบ่งแต่ฉี่ไม่ออก ฉี่มีเลือด หรือร้องเวลาฉี่ อาการนี้เป็นปัญหาทางเดินปัสสาวะ ไม่ใช่การติดสัด
- ร้องเหมือนเจ็บ ไม่ยอมให้แตะตัว หรือเดินผิดปกติ
- ติดสัดต่อเนื่องนานผิดปกติ หรือไม่หยุดเลย
- แมวเคยหลุดออกนอกบ้านช่วงติดสัด และคุณต้องการปรึกษาเรื่องการตั้งท้อง
ทำหมันระหว่างติดสัดได้ไหม
ทางแก้ระยะยาวที่ทำให้แมวไม่ติดสัดอีกคือการทำหมัน สัตวแพทย์หลายแห่งแนะนำให้ทำหมันก่อนติดสัดครั้งแรก เพื่อป้องกันการตั้งท้องที่ไม่ได้วางแผนและพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปจากการติดสัดซ้ำ ๆ และการทำหมันยังลดความเสี่ยงมดลูกอักเสบเป็นหนองในอนาคต
ถ้าแมวกำลังติดสัดอยู่ ยังทำหมันได้ แต่ช่วงนี้มดลูกและรังไข่มีเลือดมาเลี้ยงมากขึ้น จึงอาจเสียเลือดระหว่างผ่าตัดมากกว่าปกติ สัตวแพทย์ไทยแนะนำว่าถ้าแมวอยู่ในบ้านและไม่มีโอกาสผสม อาจรอให้พ้นช่วงติดสัดราว 2 สัปดาห์แล้วค่อยทำ แต่ถ้าเสี่ยงตั้งท้อง การทำหมันระหว่างติดสัดก็เป็นทางเลือกได้ ควรตรวจเลือดก่อนผ่าตัดเพื่อลดความเสี่ยงจากยาสลบ ส่วนแมวตัวผู้ทำหมันได้ทุกเมื่อ
รายละเอียดเรื่องอายุที่เหมาะ การเตรียมตัว และการดูแลแผล อ่านต่อได้ที่ ทำหมันแมว ควรทำตอนกี่เดือน
คำถามที่พบบ่อย
แมวติดสัดกี่วันถึงหาย
แต่ละรอบส่วนใหญ่นานราว 4–7 วัน บางตัวสั้นหรือยาวกว่านี้ได้ในช่วง 2–10 วัน ถ้าไม่ได้ผสม แมวจะกลับมาติดสัดใหม่ได้ภายใน 2–3 สัปดาห์
แมวติดสัดครั้งแรกตอนกี่เดือน
ส่วนใหญ่ราว 4–6 เดือน แต่บางตัวเร็วหรือช้ากว่านี้ ถ้าไม่ต้องการให้มีลูก ควรปรึกษาสัตวแพทย์เรื่องทำหมันตั้งแต่ลูกแมวยังเล็ก ดูการดูแลลูกแมวช่วงแรกได้ที่ วิธีเลี้ยงลูกแมว
แมวติดสัดเจ็บไหม ทำไมร้องเหมือนเจ็บ
การติดสัดตามปกติไม่ได้ทำให้แมวเจ็บ เสียงร้องเป็นการเรียกแมวตัวผู้ แต่ถ้าแมวซึม ไม่กิน มีเลือดหรือหนองออกจากอวัยวะเพศ หรือฉี่ไม่ออก ให้พาไปหาหมอ เพราะอาจเป็นโรคอื่น
แมวติดสัดทุกเดือนเลย ผิดปกติไหม
ในประเทศไทยพบได้บ่อย เพราะแสงแดดยาวเกือบทั้งปี แมวที่ไม่ได้ผสมจะติดสัดซ้ำทุก 2–3 สัปดาห์ ถ้าไม่ต้องการให้แมวมีลูก การทำหมันเป็นทางแก้ที่สัตวแพทย์แนะนำ
ฉีดยาคุมแมวแทนการทำหมันได้ไหม
ไม่แนะนำให้ใช้เป็นประจำ ยาคุมเพิ่มความเสี่ยงมดลูกอักเสบเป็นหนอง และอาจมีผลข้างเคียงอื่น ถ้าแมวมีข้อจำกัดในการผ่าตัด ให้ปรึกษาสัตวแพทย์เป็นรายตัว
แมวติดสัดอาบน้ำได้ไหม
ไม่มีข้อห้ามเฉพาะ แต่การอาบน้ำไม่ได้ช่วยให้หายติดสัด และแมวหลายตัวเครียดเวลาอาบน้ำ ถ้าไม่จำเป็นให้รอหลังพ้นช่วงนี้ หรือแค่เช็ดตัวเฉพาะจุด
แหล่งข้อมูลที่ใช้อ้างอิง
บทความนี้เขียนเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปสำหรับเจ้าของสัตว์เลี้ยง ไม่สามารถใช้แทนการตรวจและวินิจฉัยโดยสัตวแพทย์ ถ้าแมวมีอาการผิดปกติหรือคุณไม่แน่ใจ ให้ติดต่อคลินิกหรือโรงพยาบาลสัตว์ใกล้บ้าน
ความรู้การเลี้ยง
วิธีเลี้ยงลูกหมา สำหรับมือใหม่ สัปดาห์แรกที่บ้าน อาหาร วัคซีน ถ่ายพยาธิ ฝึกขับถ่าย และฝึกเข้าสังคม
คู่มือเลี้ยงลูกหมาจากคำแนะนำของ VCA, AVSAB, RSPCA และ ESCCAP ตั้งแต่เตรียมบ้าน สัปดาห์แรก อาหารและจำนวนมื้อ วัคซีนและถ่ายพยาธิ การฝึกขับถ่าย และการฝึกเข้าสังคมช่วงสำคัญ
การรับลูกหมาเข้าบ้านเป็นช่วงที่สนุกและวุ่นที่สุดของการเลี้ยงหมา สัปดาห์แรก ๆ เป็นช่วงที่วางพื้นฐานเกือบทุกอย่าง ตั้งแต่สุขภาพ การกิน การขับถ่าย ไปจนถึงนิสัยเมื่อโต ลูกหมาที่ได้เจอคน เสียง และสถานที่ใหม่ ๆ อย่างปลอดภัยในช่วงอายุไม่กี่เดือนแรก มักโตเป็นหมาที่มั่นใจและไม่กลัวง่าย บทความนี้รวบรวมวิธีเลี้ยงลูกหมาจากคำแนะนำของ VCA, AVSAB, RSPCA และ ESCCAP ตั้งแต่การเตรียมบ้าน อาหาร วัคซีนและถ่ายพยาธิ การฝึกขับถ่าย ไปจนถึงการฝึกเข้าสังคม
อัปเดต 24 ตุลาคม 2026 · เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัย ตารางวัคซีนและการดูแลลูกหมาแต่ละตัวควรวางแผนร่วมกับสัตวแพทย์
สรุปสั้น
- สัปดาห์แรกพาไปตรวจสุขภาพ ใช้อาหารเดิมจากที่รับมา จัดที่นอนเงียบ ๆ และเริ่มพาไปขับถ่ายที่เดิมทุกครั้งตั้งแต่วันแรก
- อาหารใช้อาหารสูตรลูกสุนัข แบ่งวันละ 3–4 มื้อในช่วงอายุไม่เกิน 3 เดือน แล้วค่อยลดจำนวนมื้อตามอายุ
- วัคซีนและพยาธิวัคซีนรวมเริ่มที่ 6–8 สัปดาห์ ฉีดซ้ำจนถึง 16 สัปดาห์ขึ้นไป ถ่ายพยาธิตามรอบที่หมอวางให้
- เข้าสังคมช่วงอายุราว 3–16 สัปดาห์สำคัญที่สุด เริ่มได้ก่อนวัคซีนครบ แต่เลือกที่สะอาดและเจอหมาที่ฉีดวัคซีนแล้วเท่านั้น
เตรียมบ้านก่อนรับลูกหมา
ลูกหมาอยากรู้อยากเห็นและชอบเอาทุกอย่างเข้าปาก บ้านที่ปลอดภัยสำหรับคนอาจไม่ปลอดภัยสำหรับลูกหมา ก่อนวันรับ ให้เดินสำรวจบ้านในระดับสายตาของลูกหมา แล้วเก็บของที่อาจกัด กลืน หรือดึงลงมาได้
- สายไฟและสายชาร์จ เก็บให้พ้นพื้น หรือใช้ท่อครอบสายไฟ
- ยา สารเคมีทำความสะอาด ยาฆ่าแมลง และยาเบื่อหนู เก็บในตู้ที่ปิดได้
- อาหารคนที่เป็นพิษต่อหมา เช่น ช็อกโกแลต องุ่นและลูกเกด หัวหอม กระเทียม และขนมหรือหมากฝรั่งที่มีไซลิทอล ASPCA ระบุว่าของเหล่านี้ทำอันตรายต่อหมาได้
- ของชิ้นเล็ก ถุงเท้า ยางรัดผม ของเล่นเด็ก และถุงพลาสติก ซึ่งอาจกลืนแล้วไปอุดตันลำไส้
- ทางขึ้นลงที่อันตราย บันได ระเบียง และสระน้ำ กั้นด้วยคอกหรือประตูกั้น
ของใช้ที่ควรมีตั้งแต่วันแรก ได้แก่ ชามอาหารและชามน้ำ อาหารสูตรเดียวกับที่ลูกหมากินอยู่ ที่นอนในมุมสงบ คอกหรือกรงสำหรับพักผ่อน ปลอกคอหรือสายรัดอกที่พอดีตัว สายจูง ของเล่นสำหรับกัดแทะ แผ่นรองซับหรือที่ขับถ่าย และน้ำยาทำความสะอาดคราบฉี่ ถ้ายังไม่มีที่นอน อ่านวิธีเลือกได้ที่ ที่นอนสุนัข
สัปดาห์แรกที่บ้าน
สัปดาห์แรกเป็นช่วงที่ลูกหมาต้องปรับตัวกับทุกอย่าง แยกจากแม่และพี่น้อง เจอคนใหม่ บ้านใหม่ และกลิ่นใหม่ เป้าหมายในช่วงนี้คือให้ลูกหมารู้สึกปลอดภัย และเริ่มสร้างกิจวัตรที่คาดเดาได้
- พาไปตรวจสุขภาพภายในไม่กี่วันแรก นำสมุดวัคซีนและประวัติการถ่ายพยาธิจากผู้ขายหรือผู้ให้ไปด้วย หมอจะตรวจร่างกาย ดูพยาธิและเห็บหมัด และวางตารางวัคซีนต่อ
- ใช้อาหารเดิมก่อน ถามผู้ขายว่าลูกหมากินอะไร กินวันละกี่มื้อ แล้วใช้แบบเดิมไปก่อนอย่างน้อยช่วงแรก การเปลี่ยนบ้านพร้อมเปลี่ยนอาหารทำให้ท้องเสียได้ง่าย
- จัดพื้นที่เล็ก ๆ ให้ก่อน เช่น คอกในห้องที่มีคนอยู่ มีที่นอน น้ำ และที่ขับถ่ายแยกกัน แล้วค่อยขยายพื้นที่เมื่อลูกหมาเริ่มขับถ่ายเป็นที่
- ตั้งเวลาให้เป็นกิจวัตร กิน นอน เล่น และพาไปขับถ่ายในเวลาใกล้เคียงกันทุกวัน ลูกหมาจะปรับตัวได้เร็วขึ้น
- ให้นอนพักมาก ๆ ลูกหมานอนวันละหลายชั่วโมง อย่าให้เด็ก ๆ ปลุกมาเล่นตลอด และสอนเด็กให้อุ้มอย่างถูกวิธี คือประคองทั้งหน้าอกและก้น
- คืนแรก ๆ ให้นอนใกล้คน ลูกหมาที่ร้องตอนกลางคืนมักกำลังเหงาหรือต้องไปขับถ่าย การวางที่นอนไว้ใกล้ ๆ ช่วยให้ลูกหมาสงบ และพาออกไปขับถ่ายได้ทันเมื่อตื่น
อาหารลูกหมา กินอะไร วันละกี่มื้อ
ลูกหมากำลังโตเร็ว จึงต้องการพลังงาน โปรตีน และแร่ธาตุต่างจากหมาโต ควรใช้อาหารที่ระบุว่าเป็นสูตรสำหรับลูกสุนัข หรือสูตรสำหรับการเจริญเติบโต ไม่ใช่อาหารหมาโต PetMD ระบุว่าอาหารหมาโตไม่ได้ปรับสมดุลมาสำหรับลูกหมา และลูกหมาพันธุ์ใหญ่ต้องคุมปริมาณแคลเซียม เพื่อไม่ให้โตเร็วเกินไป ถ้าเลี้ยงพันธุ์ใหญ่ ควรเลือกสูตรที่ระบุว่าเหมาะกับลูกสุนัขพันธุ์ใหญ่
| อายุ | จำนวนมื้อต่อวัน | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ไม่เกิน 3 เดือน | 3–4 มื้อ | กระเพาะยังเล็ก ต้องแบ่งให้บ่อย |
| 3–6 เดือน | 3 มื้อ | ถ้าเคยให้ 4 มื้อ ค่อย ๆ ลดเหลือ 3 |
| 6–12 เดือน | 2 มื้อ | ปรับปริมาณตามรูปร่าง ไม่ใช่ตามฉลากอย่างเดียว |
| เปลี่ยนเป็นอาหารหมาโต | – | ราว 10–12 เดือนในพันธุ์เล็ก 12–15 เดือนในพันธุ์กลาง และ 15–24 เดือนในพันธุ์ใหญ่ ควรถามหมอก่อนเปลี่ยน |
- ตวงอาหารเป็นมื้อ อย่าเทวางทิ้งไว้ทั้งวัน การให้เป็นมื้อช่วยคุมน้ำหนัก และทำให้เดาเวลาขับถ่ายได้ง่าย
- ตารางบนถุงเป็นแค่จุดเริ่มต้น ความต้องการพลังงานของลูกหมาแต่ละตัวต่างกันมาก ให้ชั่งน้ำหนักทุกสัปดาห์ และขอให้หมาช่วยประเมินรูปร่างทุกครั้งที่ไปฉีดวัคซีน
- มีน้ำสะอาดตลอด เปลี่ยนน้ำและล้างชามทุกวัน
- เปลี่ยนอาหารช้า ๆ ถ้าจะเปลี่ยนสูตร ให้ผสมอาหารใหม่เพิ่มทีละน้อยในเวลาราวหนึ่งสัปดาห์
- งดนมวัว ลูกหมาหลายตัวย่อยแล็กโทสในนมวัวได้ไม่ดีและท้องเสีย ถ้าลูกหมายังเล็กมากจนต้องกินนม ให้ใช้นมทดแทนสำหรับลูกสุนัขตามคำแนะนำของหมอ
- ขนมใช้เป็นรางวัลตอนฝึก เลือกชิ้นเล็กและนับรวมในปริมาณอาหารของวัน อ่านวิธีเลือกได้ที่ ขนมสุนัข
วัคซีน ถ่ายพยาธิ และการตรวจสุขภาพ
ลูกหมาได้ภูมิคุ้มกันจากนมแม่ในช่วงแรก แต่ภูมินี้ลดลงในเวลาที่ไม่แน่นอน จึงต้องฉีดวัคซีนซ้ำหลายเข็ม ภาพรวมตามแนวทาง WSAVA และ AAHA คือวัคซีนรวมเข็มแรกที่อายุ 6–8 สัปดาห์ ฉีดซ้ำทุก 2–4 สัปดาห์ จนเข็มสุดท้ายของชุดแรกตกที่อายุ 16 สัปดาห์หรือมากกว่า วัคซีนพิษสุนัขบ้าเข็มแรกตามกฎหมายไทยคือเมื่ออายุ 2–4 เดือน รายละเอียดแต่ละเข็ม วัคซีนโรคฉี่หนู และการฉีดกระตุ้น อ่านได้ที่ วัคซีนสุนัข ต้องฉีดอะไรบ้าง ตารางวัคซีนลูกสุนัข
การถ่ายพยาธิ พยาธิไส้เดือนติดจากแม่สู่ลูกได้ตั้งแต่ในท้องและทางน้ำนม ลูกหมาเกือบทุกตัวจึงต้องถ่ายพยาธิตั้งแต่เล็ก แนวทางของ ESCCAP คือเริ่มถ่ายพยาธิเมื่ออายุ 14 วัน แล้วถ่ายซ้ำทุก 2 สัปดาห์จนถึง 2 สัปดาห์หลังหย่านม ถ้าลูกหมายังมีความเสี่ยงต่อเนื่อง เช่น ไปเจอหมาตัวอื่นบ่อย ให้ถ่ายเดือนละครั้งจนอายุ 6 เดือน หลังจากนั้นความถี่ขึ้นกับความเสี่ยงของหมาแต่ละตัว ตั้งแต่ปีละ 1–2 ครั้งในหมาที่อยู่ในบ้านจนถึงเดือนละครั้งในกลุ่มเสี่ยงสูง ในไทยหมามักออกนอกบ้านและเจอเห็บหมัดได้ง่าย จึงควรให้หมาวางแผนยาถ่ายพยาธิ ยาป้องกันเห็บหมัด และพยาธิหนอนหัวใจไปพร้อมกัน
สิ่งที่ควรถามหมอในการตรวจครั้งแรก
- ลูกหมาได้วัคซีนอะไรไปแล้ว เข็มต่อไปคือเมื่อไร
- ควรใช้ยาถ่ายพยาธิตัวไหน รอบละกี่สัปดาห์
- ควรเริ่มยาป้องกันเห็บหมัดและพยาธิหนอนหัวใจเมื่อไร
- ปริมาณอาหารที่เหมาะกับน้ำหนักและสายพันธุ์
- ควรทำหมันเมื่ออายุเท่าไร และควรฝังไมโครชิปหรือไม่
ฝึกขับถ่ายให้เป็นที่
ลูกหมายังกลั้นได้ไม่นาน การฝึกขับถ่ายจึงเน้นที่การพาไปถูกที่ถูกเวลา และให้รางวัลทันที มากกว่าการลงโทษเมื่อพลาด RSPCA แนะนำให้พาลูกหมาออกไปบ่อย ๆ ราวทุก 45 นาทีถึง 1 ชั่วโมง ขึ้นกับอายุ
- พาไปในจังหวะที่ลูกหมามักต้องขับถ่าย คือหลังตื่นนอน หลังกิน หลังเล่นหรือวิ่ง หลังตื่นเต้น เช่น มีแขกมา ก่อนนอน ก่อนออกจากบ้าน และเมื่อกลับถึงบ้าน
- ใช้ที่เดิมทุกครั้ง กลิ่นของตัวเองช่วยให้ลูกหมารู้ว่านี่คือที่ขับถ่าย
- ใช้คำสั่งสั้น ๆ พูดคำเดิม เช่น “ฉี่” ตอนที่ลูกหมากำลังขับถ่าย นานไปจะเชื่อมคำกับการกระทำได้
- ชมและให้รางวัลทันที ให้ขนมหรือเล่นด้วยทันทีที่ขับถ่ายเสร็จ แล้วอยู่ข้างนอกต่ออีกสักพัก ลูกหมาจะได้ไม่เรียนรู้ว่าขับถ่ายเสร็จแล้วต้องกลับเข้าบ้าน
- ดูสัญญาณ ลูกหมาที่ดมพื้นวนไปมา เดินเป็นวงกลม หรือกระสับกระส่าย มักกำลังจะขับถ่าย ให้พาไปที่ทันที
- ถ้าเห็นกำลังจะทำในบ้าน ขัดจังหวะเบา ๆ เช่น เรียกชื่อ แล้วพาไปที่ขับถ่าย
- ทำความสะอาดคราบให้หมดกลิ่น RSPCA แนะนำให้ล้างด้วยน้ำอุ่นผสมผงซักฟอกชนิดเอนไซม์ อัตราส่วนผง 1 ส่วนต่อน้ำ 9 ส่วน แล้วล้างน้ำเปล่าตาม เลี่ยงน้ำยาที่มีแอมโมเนียเพราะกลิ่นคล้ายฉี่
อย่าลงโทษ ทั้งตอนที่พลาดและหลังจากนั้น RSPCA ระบุว่าการลงโทษทำให้ลูกหมากลัวและสับสน เพราะลูกหมาไม่เชื่อมโยงการถูกดุกับสิ่งที่ทำไปแล้ว บางตัวกลับเรียนรู้ว่าต้องแอบไปขับถ่ายในที่ที่คนไม่เห็น ถ้าฝึกมานานแล้วยังไม่ดีขึ้น หรือจู่ ๆ กลับมาฉี่ในบ้านบ่อย ให้พาไปตรวจ เพราะอาจมีปัญหาสุขภาพ เช่น กระเพาะปัสสาวะอักเสบ
ฝึกเข้าสังคมช่วงสำคัญ
VCA ระบุว่าลูกหมาเปิดรับสิ่งใหม่ได้ดีที่สุดในช่วงอายุราว 3–16 สัปดาห์ ซึ่งเรียกว่าช่วงสำคัญของการเข้าสังคม ลูกหมาที่พลาดช่วงนี้มีโอกาสกลัวหรือกังวลต่อสิ่งใหม่ไปจนโต สมาคมสัตวแพทย์ด้านพฤติกรรมสัตว์แห่งอเมริกา (AVSAB) จึงถือว่าการเริ่มฝึกเข้าสังคมก่อนที่ลูกหมาจะได้วัคซีนครบเป็นมาตรฐานการดูแลที่ควรทำ แต่ต้องทำอย่างระมัดระวัง
- เลือกที่สะอาดและเสี่ยงต่ำ เลี่ยงสวนสาธารณะ ลานหญ้าที่หมาไม่รู้ประวัติมาขับถ่าย และสวนหมา เพราะเชื้อพาร์โวอยู่ในพื้นได้นาน อุ้มลูกหมาไปดูโลกภายนอกก่อนก็ได้
- เจอหมาที่รู้ว่าฉีดวัคซีนแล้วและสุขภาพดี เช่น หมาของเพื่อนหรือญาติ ในบ้านหรือพื้นที่ที่ทำความสะอาดได้
- ให้เจอคนหลากหลาย เด็ก ผู้สูงอายุ คนใส่หมวก คนใส่แว่น คนถือร่ม ให้คนแปลกหน้าเข้าหาเบา ๆ และให้ขนมกับลูกหมา
- ให้ชินกับเสียงและสิ่งของในชีวิตประจำวัน เครื่องดูดฝุ่น ไดร์เป่าผม เสียงมอเตอร์ไซค์ เสียงฟ้าร้อง การนั่งรถ การจับเท้า จับหู และเปิดปาก ซึ่งช่วยให้ตัดเล็บและตรวจร่างกายได้ง่ายเมื่อโต
- ให้ลูกหมาเป็นคนกำหนดจังหวะ VCA แนะนำให้เริ่มจากระยะที่ลูกหมาสบายใจ มีขนมและของเล่นติดไปด้วย และพาไปที่ใหม่ราวสัปดาห์ละ 2 ครั้ง
- สังเกตสัญญาณกลัว เช่น ตัวสั่น ไม่ยอมกินขนมหรือเล่น พยายามหนีหรือถอยห่าง หรือรับขนมแล้วรีบถอยกลับ ถ้าเห็นให้พาออกจากสถานการณ์นั้น อย่าบังคับให้เผชิญสิ่งที่กลัว
คลาสลูกหมาเป็นทางเลือกที่ดี VCA แนะนำว่าลูกหมาควรอยู่บ้านใหม่มาแล้วอย่างน้อย 10 วันและสุขภาพดีตลอดช่วงนั้น ได้วัคซีนตามกำหนด ไม่มีพยาธิในลำไส้ และคลาสควรจัดในที่ที่ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อได้
นิสัยที่ควรเริ่มฝึกตั้งแต่เล็ก
- กัดเล่น ลูกหมากัดเพราะกำลังสำรวจและฟันกำลังขึ้น ให้ของเล่นสำหรับกัดแทะไว้หลายแบบ ถ้ากัดมือ ให้หยุดเล่นทันทีแล้วยื่นของเล่นแทน
- อยู่ลำพังได้ ฝึกให้อยู่ในคอกหรือห้องคนเดียวทีละไม่กี่นาที แล้วค่อยเพิ่มเวลา ให้ของเล่นที่ใส่ขนมไว้ช่วยให้มีอะไรทำ ช่วยลดปัญหาร้องหรือทำลายของเมื่อโต
- สวมปลอกคอและเดินกับสายจูง ให้ใส่ปลอกคอหรือสายรัดอกในบ้านก่อนสั้น ๆ แล้วค่อยติดสายจูง เมื่อวัคซีนครบแล้วจึงค่อยเริ่มพาเดินในที่สาธารณะ
- คำสั่งพื้นฐาน เช่น เรียกชื่อแล้วมา นั่ง และรอ ใช้รางวัลเป็นขนมหรือคำชม ฝึกครั้งละสั้น ๆ ไม่กี่นาทีแต่บ่อย
- อาบน้ำและแปรงขน ให้ชินกับการถูกจับและการแปรงขนตั้งแต่เล็ก การอาบน้ำครั้งแรกควรรอให้ลูกหมาแข็งแรงและอุ่นพอ ใช้แชมพูสำหรับลูกสุนัข และเช็ดตัวให้แห้งทันที
อาการที่ต้องพาไปหาหมอ
ลูกหมาป่วยแล้วทรุดเร็วกว่าหมาโต ถ้ามีอาการเหล่านี้ให้ติดต่อหมอโดยเร็ว
- อาเจียนหรือท้องเสียมากกว่าหนึ่งครั้ง โดยเฉพาะถ้ามีเลือดปน หรือมีกลิ่นคาวแรง
- ซึม ไม่ยอมกินอาหาร หรือไม่เล่นเหมือนปกติ
- ไอ จาม น้ำมูกข้น ขี้ตามาก หรือหายใจลำบาก
- เหงือกซีดหรือขาว ตัวเย็น อ่อนแรง หรือสั่น
- ชัก เดินเซ หรือสงสัยว่ากินของมีพิษหรือของแปลกปลอม
- ท้องป่องผิดปกติ หรือมีพยาธิออกมากับอุจจาระหรืออาเจียนจำนวนมาก
ลูกหมาที่ยังฉีดวัคซีนไม่ครบแล้วอาเจียน ท้องเสีย และซึม อาจเป็นโรคพาร์โวหรือไข้หัด ซึ่งรุนแรงมาก ควรรีบไปหาหมอ และแจ้งคลินิกก่อนไปเพื่อให้เตรียมห้องแยกได้
คำถามที่พบบ่อย
ลูกหมาควรแยกจากแม่ตอนอายุเท่าไร
ลูกหมามักย้ายบ้านใหม่หลังหย่านมแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ราว 8 สัปดาห์ การอยู่กับแม่และพี่น้องในช่วงแรกช่วยให้ลูกหมาเรียนรู้การเล่นและการควบคุมแรงกัด ถ้ารับลูกหมาที่อายุน้อยกว่านี้ ควรปรึกษาหมอเรื่องอาหารและการดูแลเป็นพิเศษ
ลูกหมากินข้าวกับตับหรือข้าวคลุกไก่ได้ไหม
กินเป็นครั้งคราวได้ถ้าไม่ปรุงรส แต่ไม่ควรใช้เป็นอาหารหลัก เพราะยากที่จะให้แคลเซียม ฟอสฟอรัส และวิตามินครบตามที่ลูกหมากำลังโตต้องการ ถ้าอยากทำอาหารเองควรขอสูตรจากสัตวแพทย์ด้านโภชนาการ
ลูกหมาร้องตอนกลางคืน ทำอย่างไรดี
ช่วงแรกลูกหมามักร้องเพราะเหงาหรือต้องไปขับถ่าย ให้พาไปขับถ่ายก่อนนอน วางที่นอนไว้ใกล้คน มีผ้าที่มีกลิ่นแม่หรือพี่น้องติดมาด้วยจะช่วยได้ ถ้าตื่นกลางดึกให้พาไปขับถ่ายเงียบ ๆ แล้วกลับมานอน ไม่ต้องเล่นด้วย
ลูกหมาออกนอกบ้านได้เมื่อไร
อุ้มออกไปดูโลกภายนอกและเจอหมาที่ฉีดวัคซีนแล้วได้ตั้งแต่เล็ก เพื่อฝึกเข้าสังคม แต่ไม่ควรให้เดินบนพื้นที่หมาไม่รู้ประวัติไปขับถ่ายรวมกัน จนกว่าหมอจะบอกว่าวัคซีนชุดแรกครบแล้ว
ลูกหมาฝึกขับถ่ายนานแค่ไหนถึงจะเป็นที่
ขึ้นกับอายุ สายพันธุ์ และความสม่ำเสมอของการฝึก ลูกหมาส่วนใหญ่ต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน หลักสำคัญคือพาไปบ่อย ให้รางวัลทันที และไม่ลงโทษเมื่อพลาด
ลูกหมาอาบน้ำได้ตอนอายุเท่าไร
ช่วงแรกใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดเฉพาะจุดที่เปื้อนได้ ถ้าจำเป็นต้องอาบ ให้ใช้น้ำอุ่น แชมพูสำหรับลูกสุนัข และเช็ดตัวให้แห้งทันทีไม่ให้หนาว ลูกหมาที่ป่วยหรือเพิ่งฉีดวัคซีนควรรอให้แข็งแรงก่อน และถามหมอได้ในการตรวจครั้งแรก
แหล่งข้อมูลที่ใช้อ้างอิง
- VCA Animal Hospitals: Puppy behavior and training, socialization and fear prevention
- Purdue Canine Welfare Science: AVSAB puppy socialization position statement
- RSPCA: How to toilet train your puppy or dog
- ESCCAP: Worm management scheme fact sheet for dogs
- PetMD: How much to feed a puppy
- ASPCA: People foods to avoid feeding your pets
บทความนี้เขียนเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปสำหรับเจ้าของสัตว์เลี้ยง ไม่สามารถใช้แทนการตรวจและคำแนะนำของสัตวแพทย์ ตารางวัคซีน ยาถ่ายพยาธิ และอาหารที่เหมาะกับลูกหมาแต่ละตัวควรปรึกษาคลินิกหรือโรงพยาบาลสัตว์ใกล้บ้าน
ความรู้การเลี้ยง
หมาอาเจียน หมาอ้วก เกิดจากอะไร สีของอ้วกบอกอะไร และอาการแบบไหนต้องรีบพาไปหาหมอ
สรุปจาก VCA, PDSA และ Merck Veterinary Manual ว่าหมาอาเจียนเกิดจากอะไร อาเจียนกับขย้อนต่างกันอย่างไร สีของอ้วกบอกอะไร ดูแลที่บ้านอย่างไร และอาการแบบไหนต้องไปหาหมอทันที
หมาอ้วกเป็นเรื่องที่เจ้าของหมาเจอแทบทุกบ้าน หมาบางตัวอาเจียนครั้งเดียวหลังกินหญ้าหรือกินเร็วเกินไป แล้วก็กลับมาร่าเริงเหมือนเดิม แต่หมาอาเจียนก็อาจเป็นสัญญาณของภาวะที่อันตรายถึงชีวิตได้ เช่น ลำไส้อุดตันจากของที่กลืนเข้าไป กินสารพิษ โรคพาร์โวในลูกหมา หรือกระเพาะบิดในหมาพันธุ์ใหญ่ บทความนี้สรุปจากคำแนะนำของ VCA, PDSA และ Merck Veterinary Manual ว่าจะแยกอาเจียนกับการขย้อนอย่างไร อาการแบบไหนต้องไปหาหมอทันที และควรดูแลที่บ้านอย่างไรเมื่ออาการไม่รุนแรง
อัปเดต 24 ตุลาคม 2026 · เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัย ถ้าสุนัขมีอาการผิดปกติให้ปรึกษาสัตวแพทย์
สรุปสั้น
- ไปหาหมอทันทีอาเจียนเป็นเลือด อาเจียนไม่หยุด พยายามอ้วกแต่ไม่มีอะไรออกร่วมกับท้องป่อง ซึม ปวดท้อง หรือสงสัยว่ากินของมีพิษหรือของแปลกปลอม
- อ้วกเกิน 2 ครั้งใน 24 ชม.ติดต่อสัตวแพทย์ โดยเฉพาะลูกหมา หมาสูงวัย และหมาที่มีโรคประจำตัว
- อ้วกครั้งเดียว ยังร่าเริงสังเกตใกล้ ๆ ให้น้ำทีละน้อย และให้อาหารอ่อนมื้อเล็กตามขั้นตอนด้านล่าง
อาเจียนกับขย้อนต่างกันอย่างไร
เจ้าของหลายคนเรียกทุกอย่างที่ออกมาจากปากว่า “อ้วก” แต่สัตวแพทย์แยกออกเป็นสองแบบ เพราะสาเหตุต่างกัน การบอกหมอได้ว่าเป็นแบบไหนจึงช่วยการวินิจฉัยได้มาก
| ลักษณะ | อาเจียน (vomiting) | ขย้อน (regurgitation) |
|---|---|---|
| ท่าทางก่อนออก | มีอาการคลื่นไส้ก่อน เช่น กระสับกระส่าย เลียปาก น้ำลายไหล กลืนบ่อย | ไม่มีสัญญาณเตือน ออกมาเฉย ๆ |
| การออกแรง | ท้องเกร็งและหดตัวแรงหลายครั้ง | ไม่ออกแรงเบ่งท้อง |
| สิ่งที่ออกมา | อาหารที่ย่อยแล้วบางส่วน อาจมีน้ำย่อยหรือน้ำดีสีเหลืองปน | อาหารที่ยังไม่ย่อย มักเป็นรูปหลอดตามหลอดอาหาร มีเมือกหุ้ม |
| เวลา | เกิดได้ทุกเวลา | มักเกิดไม่นานหลังกินหรือดื่ม |
| ปัญหาที่มักเกี่ยวข้อง | กระเพาะ ลำไส้ หรืออวัยวะอื่น เช่น ตับอ่อน ตับ ไต | หลอดอาหาร หรือกินเร็วเกินไป |
PDSA ระบุว่าการขย้อนครั้งเดียวอาจแค่กินเร็วเกินไป แต่ถ้าขย้อนเป็นประจำ อาจเป็นภาวะหลอดอาหารขยาย (megaoesophagus) หรือกรดไหลย้อน ซึ่งพบบ่อยกว่าในหมาหน้าสั้นอย่างเฟรนช์บูลด็อก ควรพาไปตรวจ
อาการที่ต้องไปหาหมอทันที
ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่ง อย่ารอดูอาการ
- อาเจียนมีเลือดสด หรือมีลักษณะเหมือนกากกาแฟสีน้ำตาลดำ
- อาเจียนไม่หยุด หรืออาเจียนมากกว่า 2 ครั้งใน 24 ชั่วโมง
- พยายามอ้วกซ้ำ ๆ แต่ไม่มีอะไรออก ร่วมกับท้องป่องตึง น้ำลายไหลมาก และกระสับกระส่าย อาจเป็นกระเพาะขยายและบิด (GDV)
- สงสัยว่ากินสารพิษ ยาของคน ช็อกโกแลต องุ่นหรือลูกเกด หมากฝรั่งหรือขนมที่มีไซลิทอล
- สงสัยว่ากลืนของแปลกปลอม เช่น ของเล่น ถุงเท้า เชือก กระดูก ซังข้าวโพด
- ซึม ไม่ยอมกิน ปวดท้อง มีไข้ หรือท้องเสียร่วมด้วย โดยเฉพาะถ่ายเป็นเลือด
- มีสัญญาณขาดน้ำ เช่น เหงือกแห้งเหนียว ตาโหล
- เดินเซ สับสน หรือล้มลง
- เป็นลูกหมาที่ยังฉีดวัคซีนไม่ครบ หมาสูงวัย หรือหมาที่มีโรคประจำตัว
กระเพาะบิดเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องผ่าตัด Merck Veterinary Manual ระบุว่าพบมากในหมาพันธุ์ใหญ่และยักษ์ที่อกลึกและแคบ เช่น เกรทเดน เยอรมันเชพเพิร์ด เซนต์เบอร์นาร์ด และสแตนดาร์ดพุดเดิ้ล ปัจจัยเสี่ยงอื่นคือกินมื้อเดียวต่อวัน กินเร็ว และอายุมากขึ้น อาการที่เด่นคือพยายามอ้วกแต่ไม่มีอะไรออก ท้องป่องขึ้นเรื่อย ๆ น้ำลายไหล และกระสับกระส่าย ถ้าทิ้งไว้นานเกิน 6 ชั่วโมงก่อนถึงมือหมอ โอกาสเสียชีวิตสูงขึ้นมาก
ลูกหมาที่อาเจียนร่วมกับท้องเสียมีกลิ่นคาวหรือมีเลือด และซึม ต้องระวังโรคลำไส้อักเสบจากพาร์โวไวรัส ซึ่งรุนแรงมากในลูกหมาที่ยังฉีดวัคซีนไม่ครบ อ่านตารางวัคซีนได้ที่ วัคซีนสุนัข ต้องฉีดอะไรบ้าง
สีของอ้วกบอกอะไรได้บ้าง
สีและลักษณะของสิ่งที่อาเจียนออกมาช่วยให้ข้อมูลกับหมาได้ แต่ไม่ใช่ตัวตัดสินว่าเป็นโรคอะไร ถ่ายรูปไว้ก่อนทำความสะอาดจะช่วยได้มาก
- สีเหลืองหรือเขียว เป็นฟอง คือน้ำดี มักเห็นเมื่ออาเจียนตอนท้องว่าง เช่น ตอนเช้าก่อนกินข้าว ถ้าเป็นครั้งคราวและหมาร่าเริง มักไม่รุนแรง แต่ถ้าเป็นบ่อยควรปรึกษาหมอ
- ฟองขาวหรือน้ำใส อาจเกิดจากกระเพาะว่าง ดื่มน้ำมากแล้วอาเจียน หรือระคายเคืองกระเพาะ
- อาหารที่ยังเป็นเม็ด ไม่ย่อย ถ้าออกมาไม่นานหลังกินโดยไม่เบ่ง อาจเป็นการขย้อน
- มีหญ้า หมาหลายตัวกินหญ้าแล้วอาเจียน ถ้าเกิดบ่อยหรือกินหญ้าอย่างเร่งร้อน อาจมีอาการคลื่นไส้จากสาเหตุอื่นอยู่
- สีแดง น้ำตาล ดำ หรือเหมือนกากกาแฟ PDSA ระบุว่าอาจมีเลือดปน ต้องติดต่อหมอทันที
สาเหตุที่ทำให้หมาอาเจียน
VCA และ PDSA แบ่งสาเหตุไว้เป็นกลุ่มที่มักไม่รุนแรง กับกลุ่มที่ต้องรักษาจริงจัง สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดในหมาคือการกินของที่ไม่ควรกิน ซึ่งสัตวแพทย์เรียกว่า dietary indiscretion
| กลุ่มสาเหตุ | ตัวอย่าง | สังเกตอะไรได้บ้าง |
|---|---|---|
| กินของไม่เหมาะสม | เศษอาหารคน ขยะ อาหารบูด อาหารมัน พืช แมลงบางชนิด | อาเจียนไม่กี่ครั้ง หมามักกลับมาร่าเริงในวันเดียว |
| เปลี่ยนอาหารหรือแพ้อาหาร | เปลี่ยนสูตรกะทันหัน แพ้หรือไม่ทนโปรตีนบางชนิด | มักมีท้องเสียหรือคันร่วมด้วย เป็นซ้ำเมื่อกินอาหารเดิม |
| พยาธิ | พยาธิไส้เดือน พยาธิปากขอ | พบบ่อยในลูกหมา อาจเห็นตัวพยาธิในอ้วกหรืออุจจาระ |
| เมารถ | นั่งรถไกล | น้ำลายไหล เลียปาก อาเจียนระหว่างเดินทาง หายเมื่อถึงที่หมาย |
| การติดเชื้อ | พาร์โวไวรัส กระเพาะและลำไส้อักเสบจากเชื้อ | มักมีไข้ ซึม ท้องเสีย บางครั้งถ่ายเป็นเลือด |
| สารพิษ | ช็อกโกแลต ไซลิทอล ยาของคน ยาเบื่อ สารเคมีในบ้าน | อาการมาเร็ว อาจมีสั่น ชัก หอบ หรือเดินเซ |
| สิ่งแปลกปลอมอุดตัน | ของเล่น ผ้า เชือก กระดูก เมล็ดผลไม้ | อาเจียนซ้ำ กินแล้วอ้วก ไม่ถ่าย ปวดท้อง |
| โรคของอวัยวะ | ตับอ่อนอักเสบ โรคตับ โรคไต เบาหวาน แอดดิสัน มดลูกอักเสบเป็นหนอง (pyometra) ในหมาเพศเมียที่ไม่ทำหมัน | อาเจียนเรื้อรังหรือเป็น ๆ หาย ๆ น้ำหนักลด กินน้ำมาก ปัสสาวะมาก |
| ภาวะฉุกเฉินเฉพาะ | กระเพาะขยายและบิด (GDV) | พยายามอ้วกแต่ไม่มีอะไรออก ท้องป่อง กระสับกระส่าย |
ASPCA ระบุว่าช็อกโกแลตทำให้อาเจียน ท้องเสีย หอบ หัวใจเต้นผิดจังหวะ จนถึงชักได้ ช็อกโกแลตเข้มและผงโกโก้อันตรายที่สุด ไซลิทอลซึ่งพบในหมากฝรั่งและขนมไม่มีน้ำตาลทำให้น้ำตาลในเลือดต่ำ อาการแรกคืออาเจียน ซึม และเดินเซ และอาจทำลายตับได้ภายใน 12–24 ชั่วโมง ส่วนองุ่นและลูกเกดทำให้ไตเสียหาย ถ้ารู้ว่าหมากินของเหล่านี้ ให้โทรหาหมอทันทีแม้ยังไม่มีอาการ
ดูแลหมาอ้วกที่บ้าน
ขั้นตอนนี้ใช้กับหมาโตที่ปกติแข็งแรง อาเจียนครั้งเดียวหรือสองครั้ง และยังร่าเริง ไม่มีอาการในกล่องเตือนด้านบน PDSA ระบุว่าถ้าหมาอาเจียนครั้งเดียวและดูปกติดี สังเกตอาการใกล้ ๆ ได้ แต่ถ้ายังอาเจียนต่อ หรือหลัง 24 ชั่วโมงยังดูไม่ปกติ ให้โทรปรึกษาหมอ
- พักกระเพาะช่วงสั้น ๆ VCA แนะนำให้งดอาหารช่วงสั้น ๆ จนอาเจียนหยุด ระยะเวลาที่เหมาะให้ถามหมอ ลูกหมาและหมาพันธุ์ตัวเล็กมากไม่ควรอดอาหารเองโดยไม่ปรึกษาหมอ เพราะน้ำตาลในเลือดอาจต่ำได้
- ให้น้ำทีละน้อยแต่บ่อย มีน้ำสะอาดให้ตลอด แต่ถ้าหมากินน้ำรวดเดียวมากแล้วอาเจียนออกมา ให้แบ่งให้ครั้งละน้อย ๆ ถี่ ๆ แทน
- เริ่มด้วยอาหารอ่อน ไขมันต่ำ PDSA แนะนำข้าวสวยต้มสุกกับอกไก่ต้มหรือปลาเนื้อขาวต้ม ไม่ใส่เครื่องปรุง ไม่มีหนังและกระดูก หรือใช้อาหารสำหรับระบบทางเดินอาหารที่หมอแนะนำ
- แบ่งเป็นมื้อเล็ก หลายมื้อ ให้ทีละน้อยแล้วรอดูว่าไม่อาเจียน ถ้ากินได้ดีค่อยเพิ่มปริมาณ
- ให้พัก งดพาเดินออกกำลัง PDSA แนะนำให้หมาได้พักและงดการเดินเล่นในช่วงนี้
- กลับสู่อาหารเดิมใน 2–3 วัน เมื่อหยุดอาเจียนแล้ว ผสมอาหารเดิมเพิ่มทีละน้อยในเวลา 2–3 วัน
- จดอาการและถ่ายรูป จดเวลาและจำนวนครั้งที่อาเจียน ลักษณะสิ่งที่ออกมา และการขับถ่าย ถ้าภายใน 1–2 วันยังไม่ดีขึ้น ให้พาไปหาหมอ
หมาอ้วกแล้วท้องเสียด้วย
อาเจียนกับท้องเสียมักมาด้วยกัน และทำให้หมาเสียน้ำเร็วกว่าการมีอาการเดียว ถ้าท้องเสียโดยไม่มีเลือดนานเกิน 2–3 วัน PDSA แนะนำให้ไปหาหมอ ถ้ามีเลือดปนให้ติดต่อหมอทันที อ่านวิธีดูแลเพิ่มเติมได้ที่ สุนัขท้องเสีย
สิ่งที่ไม่ควรทำ
- อย่าทำให้หมาอาเจียนเองด้วยน้ำเกลือหรือวิธีที่แชร์กันในอินเทอร์เน็ต ถ้าสงสัยว่ากินสารพิษ ให้โทรหาหมอก่อน บางสารพิษหรือของมีคมจะทำอันตรายมากขึ้นถ้าทำให้อาเจียนออกมา และน้ำเกลือเองก็ทำให้เกิดภาวะโซเดียมสูงได้
- อย่าให้ยาของคน เช่น ยาแก้คลื่นไส้ ยาลดกรด หรือยาแก้ปวด ยาหลายชนิดเป็นอันตรายต่อหมา และอาจกลบอาการจนหมอวินิจฉัยยากขึ้น
- อย่าให้อาหารมัน ขนม หรือเศษอาหารคนในช่วงนี้ VCA แนะนำว่าระหว่างให้อาหารอ่อนไม่ควรให้อาหารอื่นปน
- อย่ารอนานเมื่อหมาอ้วกซ้ำ ถ้าอาเจียนต่อเนื่องเกิน 1–2 วัน หรือรักษาแล้ว 48 ชั่วโมงไม่ดีขึ้น VCA แนะนำให้กลับไปหาหมอ เพราะการอาเจียนนานทำให้ขาดน้ำและเกลือแร่เสียสมดุล
- อย่าปล่อยให้หมาที่เพิ่งอ้วกกินน้ำรวดเดียวมาก ๆ อาจกระตุ้นให้อาเจียนซ้ำ
เตรียมข้อมูลก่อนไปหาหมอ
บอกหมอให้ได้ว่าเริ่มอาเจียนเมื่อไร กี่ครั้ง สิ่งที่ออกมาเป็นอย่างไร เกิดหลังกินนานแค่ไหน หมามีอาการคลื่นไส้หรือเบ่งท้องก่อนหรือเปล่า กินน้ำ กินข้าว และขับถ่ายปกติไหม ช่วงนี้กินอะไรแปลกไป เปลี่ยนอาหาร ได้ขนมใหม่ หรือมีของเล่นหายไปหรือไม่ และหมากินยาหรืออาหารเสริมอะไรอยู่ ถ้าสงสัยว่ากินสารพิษ ให้นำบรรจุภัณฑ์หรือฉลากไปด้วย
หมออาจตรวจร่างกาย ตรวจเลือด ตรวจอุจจาระ หรือถ่ายภาพรังสีและอัลตราซาวด์ช่องท้อง ขึ้นกับอาการ อายุ และประวัติ หมาที่ขาดน้ำมากอาจต้องให้น้ำเกลือทางหลอดเลือด
คำถามที่พบบ่อย
หมาอ้วกสีเหลือง อันตรายไหม
สีเหลืองหรือเขียวเป็นฟองมักเป็นน้ำดี พบได้เมื่อหมาอาเจียนตอนท้องว่าง ถ้าเป็นครั้งคราวและหมายังร่าเริง กินได้ มักไม่รุนแรง แต่ถ้าเป็นบ่อย มีอาการอื่นร่วม หรืออาเจียนหลายครั้งในวันเดียว ควรพาไปตรวจ
หมาอ้วกแต่ยังร่าเริง ต้องไปหาหมอไหม
ถ้าอาเจียนครั้งเดียวและดูปกติดี ให้สังเกตใกล้ ๆ ได้ แต่ถ้าอาเจียนมากกว่า 2 ครั้งใน 24 ชั่วโมง ยังอาเจียนต่อ หรือมีอาการอื่นร่วม ควรติดต่อหมอ
หมากินหญ้าแล้วอ้วก ผิดปกติไหม
หมาหลายตัวกินหญ้าเป็นครั้งคราวแล้วอาเจียนออกมา ถ้าเกิดนาน ๆ ครั้งและหมาปกติดี มักไม่ต้องกังวล แต่ถ้ากินหญ้าบ่อยขึ้นอย่างเร่งร้อน อาจกำลังคลื่นไส้จากสาเหตุอื่น และควรระวังหญ้าที่มีการฉีดยาฆ่าแมลงหรือปุ๋ย
หมาอ้วกหลังกินข้าวทันที
ถ้าอาหารออกมาเป็นเม็ดไม่ย่อยโดยไม่มีการเบ่ง อาจเป็นการขย้อนจากการกินเร็วเกินไป ลองแบ่งมื้อให้เล็กลงหรือใช้ชามกินช้า ถ้าเป็นประจำ ควรพาไปตรวจหลอดอาหาร
ลูกหมาอ้วก ต้องทำอย่างไร
ลูกหมาขาดน้ำและน้ำตาลในเลือดต่ำได้เร็วกว่าหมาโต ไม่ควรให้อดอาหารเอง ถ้าลูกหมาอาเจียนมากกว่าหนึ่งครั้ง ซึม หรือท้องเสียร่วมด้วย โดยเฉพาะตัวที่ยังฉีดวัคซีนไม่ครบ ให้พาไปหาหมอโดยเร็ว เพราะอาจเป็นโรคพาร์โวหรือพยาธิจำนวนมาก
หมาพยายามอ้วกแต่ไม่มีอะไรออก
ถ้าเป็นครั้งเดียวมักไม่น่ากังวล แต่ถ้าพยายามอ้วกซ้ำ ๆ ร่วมกับท้องป่อง น้ำลายไหล และกระสับกระส่าย โดยเฉพาะในหมาพันธุ์ใหญ่อกลึก อาจเป็นกระเพาะบิดซึ่งต้องผ่าตัดฉุกเฉิน ให้ไปโรงพยาบาลสัตว์ทันที
แหล่งข้อมูลที่ใช้อ้างอิง
บทความนี้เขียนเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปสำหรับเจ้าของสัตว์เลี้ยง ไม่สามารถใช้แทนการตรวจและวินิจฉัยโดยสัตวแพทย์ ถ้าสุนัขมีอาการผิดปกติหรือคุณไม่แน่ใจ ให้ติดต่อคลินิกหรือโรงพยาบาลสัตว์ใกล้บ้าน
ความรู้การเลี้ยง
แมวท้องเสีย เกิดจากอะไร ดูแลที่บ้านอย่างไร และอาการแบบไหนต้องรีบพาไปหาหมอ
สรุปจาก Cornell Feline Health Center และ PDSA ว่าแมวท้องเสียเกิดจากอะไร ดูแลที่บ้านได้นานแค่ไหน ควรให้อาหารอะไร สิ่งที่ห้ามทำ และอาการแบบไหนต้องไปหาหมอทันที
แมวท้องเสียเป็นอาการที่เจ้าของแมวเจอได้บ่อย หลายครั้งเกิดจากเรื่องไม่ใหญ่ เช่น เปลี่ยนอาหารกะทันหัน กินของที่ไม่ควรกิน หรือเครียดจากการเดินทาง และหายได้เองในวันสองวัน แต่ท้องเสียก็เป็นอาการของโรคที่รุนแรงได้เหมือนกัน ตั้งแต่พยาธิ ไข้หัดแมว ไปจนถึงโรคไต โรคตับ และไทรอยด์ สิ่งที่เจ้าของต้องแยกให้ได้คือ แบบไหนดูแลที่บ้านได้ แบบไหนต้องไปหาหมอ บทความนี้สรุปจากคำแนะนำของ Cornell Feline Health Center และ PDSA ว่าควรสังเกตอะไร ดูแลที่บ้านอย่างไร และอะไรที่ไม่ควรทำ
อัปเดต 24 ตุลาคม 2026 · เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัย ถ้าแมวมีอาการผิดปกติให้ปรึกษาสัตวแพทย์
สรุปสั้น
- ไปหาหมอทันทีท้องเสียร่วมกับอาเจียน ซึม ไม่กินอาหาร มีเลือดหรือมูกปน ปวดท้อง หรือเป็นลูกแมวและแมวสูงวัย
- เกิน 24 ชั่วโมงถ้าไม่ดีขึ้นหรือแย่ลง ให้ติดต่อสัตวแพทย์ แม้แมวจะยังดูร่าเริง
- ถ่ายเหลวแต่ยังร่าเริงให้อาหารอ่อนมื้อเล็ก ๆ หลายมื้อ มีน้ำให้กินตลอด ไม่ต้องอดอาหาร และสังเกตใกล้ ๆ
แมวท้องเสียแบบไหนเรียกว่าผิดปกติ
Cornell Feline Health Center อธิบายว่าท้องเสียคือการถ่ายอุจจาระเหลวหรือเป็นน้ำบ่อยกว่าปกติ อุจจาระอาจมีสีเทาหรือเหลือง กลิ่นแรง หรือมีมูกและเลือดปน สาเหตุคืออาหารเคลื่อนผ่านลำไส้เร็วเกินไป ร่างกายจึงดูดซึมน้ำ เกลือแร่ และสารอาหารได้ไม่ทัน ถ้าเป็นนาน แมวจะเสียน้ำและอ่อนเพลียลงเรื่อย ๆ
อุจจาระของแมวที่ปกติมักเป็นก้อน สีน้ำตาล ตักขึ้นจากกระบะได้ทั้งก้อน แมวโตส่วนใหญ่ถ่ายวันละ 1–2 ครั้ง ถ้าเห็นว่าอุจจาระเละจนตักไม่เป็นก้อน ถ่ายบ่อยขึ้น ถ่ายนอกกระบะ หรือมีคราบเปื้อนก้นและขนหาง ให้เริ่มจดไว้ว่าเป็นตั้งแต่เมื่อไรและถ่ายวันละกี่ครั้ง
ท้องเสียแบ่งคร่าว ๆ ได้สองแบบ แบบแรกคือเป็นเฉียบพลันช่วงสั้น ๆ มักมีเหตุชัด เช่น เปลี่ยนอาหาร หรือหลังนั่งรถไกล Cornell ระบุว่าแบบนี้มักไม่อันตรายและหายเองได้ อีกแบบคือเป็นนานหรือเป็นซ้ำ ๆ แบบนี้อาจเป็นสัญญาณของโรคที่ซ่อนอยู่และต้องตรวจหาสาเหตุ
อาการที่ต้องไปหาหมอทันที
ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่ง อย่ารอดูอาการ
- ท้องเสียเกิน 24 ชั่วโมงแล้วไม่ดีขึ้น หรือแย่ลง
- อาเจียนร่วมด้วย โดยเฉพาะอาเจียนซ้ำหลายครั้ง
- ซึม ไม่ลุก ไม่กินอาหาร หรือซ่อนตัวผิดปกติ
- อุจจาระมีเลือดสด มีมูกมาก หรือสีดำเหมือนยางมะตอย
- ท้องแข็ง ร้องเวลาจับท้อง หรือนั่งหลังค่อม
- มีสัญญาณขาดน้ำ เช่น เหงือกแห้งเหนียว ตาโหล หรือดึงหนังหลังคอแล้วคืนตัวช้า
- เป็นลูกแมวหรือแมวสูงวัย PDSA ระบุว่าแมวสองกลุ่มนี้ขาดน้ำได้เร็ว ควรปรึกษาหมอทุกครั้งที่ท้องเสีย
- สงสัยว่ากินสารพิษ ยาของคน พืชมีพิษ หรือของแปลกปลอม เช่น เชือก ยางรัด
ลูกแมวที่ยังฉีดวัคซีนไม่ครบแล้วท้องเสียรุนแรง อาเจียน และซึม ต้องระวังไข้หัดแมว (feline panleukopenia) ซึ่งติดต่อง่ายและรุนแรงมาก ควรพาไปหาหมอทันทีและแยกจากแมวตัวอื่น อ่านเรื่องวัคซีนที่ป้องกันโรคนี้ได้ที่ วัคซีนแมว ต้องฉีดอะไรบ้าง
สาเหตุที่ทำให้แมวท้องเสีย
PDSA และ Cornell แบ่งสาเหตุไว้คล้ายกัน คือกลุ่มที่พบบ่อยและมักไม่รุนแรง กับกลุ่มที่พบน้อยกว่าแต่ต้องรักษาจริงจัง ตารางนี้สรุปให้เห็นภาพรวม
| กลุ่มสาเหตุ | ตัวอย่าง | สังเกตอะไรได้บ้าง |
|---|---|---|
| อาหาร | เปลี่ยนอาหารกะทันหัน ขนมมากเกินไป อาหารคน อาหารบูด | เกิดหลังเปลี่ยนสูตรหรือกินของใหม่ แมวยังร่าเริง มักดีขึ้นในไม่กี่วัน |
| นมวัว | แมวหลายตัวย่อยน้ำตาลแล็กโทสในนมได้ไม่ดี | ถ่ายเหลวหลังกินนมหรือผลิตภัณฑ์นม |
| พยาธิและปรสิต | พยาธิไส้เดือน พยาธิปากขอ ไกอาร์เดีย คริปโตสปอริเดียม ไตรโคโมแนส | พบบ่อยในลูกแมวและแมวที่เพิ่งรับมา อาจมีมูก ท้องป่อง หรือน้ำหนักขึ้นช้า |
| ความเครียด | ย้ายบ้าน นั่งรถไกล ฝากโรงแรม มีสัตว์ตัวใหม่ | เป็นช่วงสั้น ๆ หลังเหตุการณ์ที่ทำให้เครียด |
| การติดเชื้อ | ไข้หัดแมว (FPV) ลิวคีเมีย (FeLV) เชื้อแบคทีเรีย เช่น Salmonella และ Campylobacter | มักมีไข้ ซึม ไม่กิน อาเจียน หรือถ่ายเป็นเลือด |
| โรคของลำไส้และอวัยวะอื่น | ลำไส้อักเสบเรื้อรัง (IBD) ตับอ่อนอักเสบ ไทรอยด์เป็นพิษ โรคไต โรคตับ มะเร็ง | ท้องเสียนานหรือเป็น ๆ หาย ๆ น้ำหนักลด กินน้ำมากผิดปกติ พบบ่อยขึ้นในแมวโตและแมวสูงวัย |
| สารพิษและสิ่งแปลกปลอม | พืชมีพิษ ยาของคน สารเคมีในบ้าน เชือกหรือของเล่นชิ้นเล็ก | อาการมาเร็ว อาจอาเจียน น้ำลายไหล หรือปวดท้องร่วมด้วย |
ถ้าแมวท้องเสียร่วมกับอาเจียน ให้อ่าน แมวอาเจียน ประกอบด้วย เพราะสองอาการนี้มักมาด้วยกันและทำให้ขาดน้ำเร็วกว่าการมีอาการเดียว
สังเกตอุจจาระ บอกอะไรได้บ้าง
ลักษณะอุจจาระช่วยให้หมอเดาตำแหน่งของปัญหาได้ แต่ไม่ได้บอกโรคชัดเจน ใช้เป็นข้อมูลประกอบเท่านั้น
- เหลวเป็นน้ำ ปริมาณมาก มักเกี่ยวกับลำไส้เล็ก แมวเสียน้ำได้เร็ว ต้องดูเรื่องการกินน้ำเป็นพิเศษ
- ถ่ายบ่อย ทีละน้อย มีมูก หรือมีเลือดสดติดปลาย มักเกี่ยวกับลำไส้ใหญ่ แมวอาจเบ่งนานจนดูเหมือนท้องผูก
- สีดำคล้ำเหมือนยางมะตอย อาจมีเลือดออกในทางเดินอาหารส่วนต้น ควรไปหาหมอทันที
- เห็นพยาธิหรือเม็ดคล้ายเมล็ดข้าว อาจเป็นพยาธิตัวกลมหรือปล้องพยาธิตัวตืด เก็บตัวอย่างไปให้หมอดู
ถ้าจะพาไปหาหมอ ให้เก็บอุจจาระสดใส่ถุงหรือกล่องที่ปิดสนิทไปด้วย ถ่ายรูปอุจจาระในกระบะไว้ก็ช่วยได้ หมออาจตรวจอุจจาระหาพยาธิหรือเชื้อ เจาะเลือด หรือถ่ายภาพช่องท้อง ขึ้นกับอายุและความรุนแรงของอาการ
ดูแลแมวท้องเสียที่บ้าน
PDSA ระบุว่าแมวที่ท้องเสียเล็กน้อย ยังร่าเริง และไม่มีอาการอื่น ดูแลที่บ้านได้ไม่เกิน 24 ชั่วโมง ขั้นตอนนี้ใช้กับแมวโตที่ไม่มีอาการในกล่องเตือนด้านบนเท่านั้น
- ไม่ต้องอดอาหาร PDSA ระบุว่าไม่จำเป็นต้องให้แมวอดอาหาร ต่างจากคำแนะนำเก่าที่ให้งดอาหาร แมวไม่ควรอดอาหารนานเพราะเสี่ยงไขมันพอกตับ อ่านเพิ่มได้ที่ แมวไม่กินข้าว
- ให้อาหารอ่อนมื้อเล็ก หลายมื้อ เช่น อกไก่ต้มสุกหรือปลาเนื้อขาวต้ม ไม่ใส่เครื่องปรุง ไม่มีหนังและกระดูก หรือใช้อาหารสำหรับระบบทางเดินอาหารที่สัตวแพทย์แนะนำ เลี่ยงอาหารมันและอาหารรสจัด
- มีน้ำสะอาดให้กินตลอด แมวที่ท้องเสียมักกินน้ำมากขึ้น วางชามน้ำหลายจุด เปลี่ยนน้ำบ่อย ๆ และสังเกตว่าแมวยังกินน้ำได้
- งดนม ขนม และอาหารใหม่ทั้งหมด ให้ระบบทางเดินอาหารได้พัก จนกว่าอุจจาระจะกลับมาเป็นก้อน
- ดูแลความสะอาด ล้างกระบะทรายบ่อยขึ้น เช็ดก้นและขนที่เปื้อนเบา ๆ ด้วยผ้าชุบน้ำอุ่น ถ้ามีแมวหลายตัว ให้แยกกระบะและชามจนกว่าจะรู้สาเหตุ
- จดอาการ จดเวลาที่ถ่าย ลักษณะอุจจาระ ปริมาณที่กินและดื่ม ข้อมูลนี้ช่วยตัดสินใจว่าต้องไปหาหมอหรือยัง
- กลับสู่อาหารเดิมแบบค่อยเป็นค่อยไป เมื่ออุจจาระเป็นก้อนแล้ว ให้ผสมอาหารเดิมเพิ่มทีละน้อยในเวลาหลายวัน
โพรไบโอติกช่วยได้ไหม
PDSA ระบุว่าโพรไบโอติกอาจช่วยแมวบางตัว แต่ไม่ได้ได้ผลกับทุกตัว ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ทำมาสำหรับสัตว์เลี้ยงและถามสัตวแพทย์ก่อน ส่วนยาปฏิชีวนะนั้นจำเป็นน้อยมากในท้องเสียทั่วไป และอาจทำให้ท้องเสียแย่ลงเพราะไปฆ่าแบคทีเรียดีในลำไส้ ต้องใช้ตามที่หมอสั่งเท่านั้น
สิ่งที่ไม่ควรทำ
- อย่าให้ยาแก้ท้องเสียของคน Cornell เตือนว่ายาที่ซื้อเองได้บางชนิดเป็นอันตรายต่อแมว ยาบางกลุ่มที่คนใช้ทั่วไปมีส่วนผสมที่แมวไวต่อพิษ ต้องใช้ยาตามที่สัตวแพทย์สั่งเท่านั้น
- อย่าให้นมวัวเพื่อเรียกน้ำ สมาคมสัตวแพทย์แคนาดาอธิบายว่าสุนัขและแมวบางตัวผลิตเอนไซม์ย่อยแล็กโทสได้ไม่พอ นมวัวและนมแพะมีแล็กโทสมากกว่านมแม่แมว จึงทำให้ท้องเสียได้ และการต้มนมหรือใช้นมพร่องมันเนยไม่ได้ลดแล็กโทส
- อย่าปล่อยให้แมวอดอาหารหลายวัน แมวที่หยุดกินเสี่ยงไขมันพอกตับ ถ้าแมวไม่ยอมกินอะไรเลยร่วมกับท้องเสีย ให้ไปหาหมอ
- อย่ารอจนแมวซึมมาก โดยเฉพาะลูกแมว ลูกแมวตัวเล็กขาดน้ำได้ภายในเวลาไม่นาน
- อย่าถ่ายพยาธิเองโดยเดาว่าเป็นพยาธิ ยาถ่ายพยาธิแต่ละตัวครอบคลุมพยาธิไม่เหมือนกัน และไกอาร์เดียหรือไตรโคโมแนสต้องใช้ยาเฉพาะ ควรตรวจอุจจาระก่อน
ป้องกันไม่ให้ท้องเสียซ้ำ
- เปลี่ยนอาหารช้า ๆ ผสมอาหารใหม่กับอาหารเดิม เพิ่มสัดส่วนทีละน้อยในเวลาราว 7–10 วัน
- คุมปริมาณขนม ขนมไม่ควรเป็นส่วนใหญ่ของสิ่งที่แมวกินในแต่ละวัน และงดอาหารคนที่มีหัวหอม กระเทียม หรือรสจัด
- ถ่ายพยาธิและฉีดวัคซีนตามนัด โดยเฉพาะลูกแมวและแมวที่เพิ่งรับมาเลี้ยง ปรึกษาหมอเรื่องรอบถ่ายพยาธิที่เหมาะกับแมวที่ออกนอกบ้านหรือเลี้ยงในบ้านอย่างเดียว
- รักษาความสะอาดชามและที่วางอาหาร ทิ้งอาหารที่ตั้งไว้นาน ล้างชามทุกวัน และไม่วางชามใกล้กระบะ
- เก็บของอันตรายให้พ้นมือ เช่น ยา สารเคมีทำความสะอาด เชือก ยางรัด และไม้ประดับที่เป็นพิษต่อแมว
- ลดความเครียด แมวที่ท้องเสียทุกครั้งที่เดินทางหรือฝากเลี้ยง ให้ปรึกษาหมอเรื่องการเตรียมตัวล่วงหน้า
- ตรวจสุขภาพประจำปี แมวโตและแมวสูงวัยที่ท้องเสียเป็น ๆ หาย ๆ หรือน้ำหนักลด ควรตรวจเลือดหาโรคไต ตับ และไทรอยด์
คำถามที่พบบ่อย
แมวท้องเสียกี่วันต้องไปหาหมอ
PDSA แนะนำให้ติดต่อสัตวแพทย์ถ้าท้องเสียเกิน 24 ชั่วโมงแล้วไม่ดีขึ้น ส่วน Cornell แนะนำให้ไปหาหมอถ้าเป็นเกินวันสองวัน แต่ถ้ามีอาเจียน ซึม ไม่กิน หรือมีเลือดปน ให้ไปทันทีโดยไม่ต้องรอ
แมวท้องเสียแต่ยังร่าเริง กินได้ ต้องห่วงไหม
ถ้าเพิ่งเป็นไม่นานและไม่มีอาการอื่น ดูแลที่บ้านได้ด้วยอาหารอ่อนมื้อเล็กและน้ำสะอาด แต่ถ้าเกิน 24 ชั่วโมงแล้วไม่ดีขึ้น หรือท้องเสียซ้ำบ่อย ควรตรวจหาสาเหตุ
ลูกแมวท้องเสีย ทำอย่างไรดี
ลูกแมวขาดน้ำเร็วกว่าแมวโต ควรติดต่อสัตวแพทย์ทุกครั้ง สาเหตุที่พบบ่อยคือพยาธิ การเปลี่ยนอาหาร และการได้นมวัว ถ้าลูกแมวยังฉีดวัคซีนไม่ครบแล้วซึม อาเจียน และท้องเสีย ต้องรีบไปหาหมอ
แมวท้องเสียหลังเปลี่ยนอาหาร
เป็นสาเหตุที่พบบ่อย ให้กลับไปใช้อาหารเดิมก่อนจนอุจจาระเป็นก้อน แล้วค่อยผสมอาหารใหม่ทีละน้อยในเวลาราว 7–10 วัน ถ้ากลับไปกินอาหารเดิมแล้วยังไม่ดีขึ้น ให้ปรึกษาหมอ
ให้แมวกินข้าวต้มได้ไหมตอนท้องเสีย
คำแนะนำของ PDSA สำหรับแมวคืออาหารโปรตีนอ่อน ๆ อย่างไก่ต้มหรือปลาเนื้อขาวต้ม เพราะแมวเป็นสัตว์กินเนื้อ ข้าวไม่จำเป็นสำหรับแมว ถ้าอยากใช้สูตรที่ครบถ้วนกว่า ให้ถามหมอเรื่องอาหารสำหรับระบบทางเดินอาหาร
แมวท้องเสียติดต่อคนได้ไหม
บางสาเหตุติดต่อคนได้ เช่น เชื้อ Salmonella Campylobacter และพยาธิบางชนิด ควรสวมถุงมือเวลาเก็บอุจจาระ ล้างมือทุกครั้งหลังทำความสะอาดกระบะ และให้เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือคนที่ภูมิคุ้มกันต่ำเลี่ยงการทำความสะอาดกระบะในช่วงนี้
แหล่งข้อมูลที่ใช้อ้างอิง
บทความนี้เขียนเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปสำหรับเจ้าของสัตว์เลี้ยง ไม่สามารถใช้แทนการตรวจและวินิจฉัยโดยสัตวแพทย์ ถ้าแมวมีอาการผิดปกติหรือคุณไม่แน่ใจ ให้ติดต่อคลินิกหรือโรงพยาบาลสัตว์ใกล้บ้าน
-
ความรู้การเลี้ยง3 สัปดาห์ agoแมวไม่กินข้าว เกิดจากอะไร อาการแบบไหนต้องไปหาหมอทันที และทำอะไรได้ที่บ้าน
-
ของใช้แมว3 สัปดาห์ agoที่ให้อาหารแมวอัตโนมัติ ยี่ห้อไหนดี 2026 เทียบ 7 รุ่น ตั้งเวลา มีกล้อง อาหารเปียก และแบบไม่ใช้ไฟ
-
สัตว์เลี้ยงอื่น ๆ3 สัปดาห์ agoอาหารกระต่าย ยี่ห้อไหนดี 2026 เทียบ 7 ตัว ทั้งอาหารเม็ดและหญ้าทิโมธี พร้อมวิธีให้ตามสัดส่วนที่สัตวแพทย์แนะนำ
-
ความรู้การเลี้ยง3 สัปดาห์ agoวัคซีนแมว ต้องฉีดอะไรบ้าง ตารางวัคซีนลูกแมว แมวโต และอาการหลังฉีดที่ต้องรู้
-
ของใช้สุนัข3 สัปดาห์ agoสายจูงสุนัข แบบไหนดี 2026 เทียบ 6 แบบ ทั้งสายจูงไนลอน สายรัดอก สายจูงยืดหด และสายคล้องเอว พร้อมวิธีเลือกให้ปลอดภัย
-
ของใช้แมว3 สัปดาห์ agoคอนโดแมว ยี่ห้อไหนดี 2026 เทียบ 6 รุ่น ตั้งแต่ไซซ์มินิถึงสูง 1.7 เมตร เลือกตามจำนวนแมว ขนาดห้อง และความมั่นคง
-
ของใช้สุนัข3 สัปดาห์ agoที่นอนสุนัข ยี่ห้อไหนดี 2026 เทียบ 6 แบบ เบาะนุ่ม เมมโมรี่โฟม และเปลยกพื้นสำหรับอากาศร้อน
-
ของใช้แมว3 สัปดาห์ agoกรงแมว ยี่ห้อไหนดี 2026 เทียบ 6 รุ่น 3 ชั้น ขนาดใหญ่ เลือกไซซ์ตามจำนวนแมว และใช้กรงแค่ไหนถึงพอดี
